fbpx

เคล็ดลับการมัดใจลูกค้าตามแบบฉบับ Zuma แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับโลก

ถอดบทเรียนจากแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เชฟชาวเยอรมันพาไปตั้งรกรากอยู่ทั่วโลก

ประเทศญี่ปุ่นมีเสน่ห์ในสายตาชาวโลกเสมอ โดยเฉพาะในวงการอาหารแล้ว เชฟดังๆ ระดับโลกหลายคนยกให้อาหารญี่ปุ่นเป็นที่สุดในดวงใจ ในสารคดีเรื่อง The Quest of Alain Ducasse นำเสนอภาพของเชฟชาวฝรั่งเศส อะแล็ง ดูคาสส์ (Alain Ducasse) ที่ท่องเที่ยวไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อชิมอาหารท้องถิ่น และอีกหนึ่งคนที่หลงใหลอาหารญี่ปุ่นถึงขนาดเป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่นเป็นของตนเองเลยก็คือเชฟเรเนอร์ เบ็คเกอร์ (Rainer Becker) ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร Zuma นั่นเอง

เรเนอร์เร่ิมต้นอาชีพเชฟด้วยการเป็นเชฟในห้องอาหารมิชลินในเยอรมนี ก่อนที่จะออกท่องโลกไปทำงานที่ Park Hyatt Sydney ตามมาด้วย Park Hyatt Tokyo ในเวลาต่อมา และเมื่อนั้นเองที่เขาได้สัมผัสกับความประณีตและการให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่สดใหม่ของอาหารญี่ปุ่น เมื่อย้ายมาอยู่ที่ Hyatt Carlton Tower Hotel เขาจึงตัดสินใจเปิดร้าน Zuma สาขาแรกร่วมกับพาร์ทเนอร์ อาจุน วานี (Arjun Vani) ในปีค.ศ. 2002 ที่ย่านไนท์สบริดจ์ในลอนดอน โดยผสมผสานอาหารญี่ปุ่นแบบอิซากายะเข้ากับบรรยากาศสบายๆ แบบออสซี่ “อิซากายะคือความผสมผสานครับ เป็นที่ที่คุณมากินสิ่งที่คุณอยากกิน เวลาที่คุณอยากดื่ม มันคล้ายๆ กับผับในญี่ปุ่นล่ะที่จริง ผมอยากจะสร้าง ‘ความสบายๆ’ แบบนั้น ซึ่งทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ออสเตรเลีย แต่ผมอยากจะสร้างความรู้สึกนั้นในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไป เป็นที่ที่ดูสง่างามขึ้นมาหน่อย มีการตกแต่งสวยๆ แบบเดียวกับที่ผมเห็นที่ญี่ปุ่น” เรเนอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ “Zuma คือการผสมผสานสิ่งที่ผมเรียนรู้มาจากทั้งที่ออสเตรเลียและญี่ปุ่นครับ”

การผันตัวจากเชฟมาเป็นนักธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ทั้งๆ ที่เรเนอร์เองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับ Zuma เพราะเป็นคอนเซ็ปต์ที่เรียบง่ายสุดๆ (Contemporary Japanesse Cuisine) แต่ร้านอาหารแห่งนี้กลับประสบความสำเร็จจนขยายสาขาไปทั่วโลก โดยมีทั้งที่ไมอามี่ ฮ่องกง ดูไบ อิสตันบูล โรม นิวยอร์ค บอสตัน คาบสมุทรดัทชา อาบูดาบีและกรุงเทพฯ เรเนอร์สันนิษฐานว่าสิ่งที่ทำให้ Zuma ประสบความสำเร็จก็คือการใส่ใจในรายละเอียดและการให้ความสำคัญกับคุณภาพ “คุณภาพคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของ Zuma เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี หรือดีไซน์ นอกจากนี้ ทีมงานและบริการก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าสินค้าดี บริการตรงจุด ก็ประสบความสำเร็จครับ” เรเนอร์เคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ “ถ้าทำงานในอุตสาหกรรมนี้ มันก็อาจจะเป็นแค่งานหนึ่ง แล้วคุณจะรู้สึกว่ามันหนัก แต่ถ้ามันซึมเข้าสู่ผิวของคุณแล้วเป็นส่วนหนึ่งของคุณ มันจะเป็นงานที่ดีที่สุดในโลก คุณต้องอินขนาดนั้น ทีมของเราทุกคนโฟกัสอยู่ที่เรื่องเดียว นั่นคือความรู้สึกของลูกค้า ทุกอย่างที่เราทำมาจากลูกค้า นั่นคือจุดตั้งต้นครับ”

สำหรับ Zuma Bangkok ซึ่งเป็นสาขาที่กรุงเทพฯ นั้นตั้งอยู่ที่ชั้น G ของ The St. Regis Bangkok โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ Sunday Brunch ที่ยาวนานที่สุดในกรุงเทพฯ นั่นคือให้ชิมกันเต็มอิ่มถึง 4 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 11.00 น. – 15.00 น. แถมยังมีกิมมิคเป็น Saturday Night Brunch ที่ได้ข่าวมาว่าจองกันเต็มตลอดเวลาด้วย สำหรับบรันช์นั้นจะมีให้เลือกตักอาหารตามสเตชั่นต่างๆ ทั้งสลัด ปิ้งย่าง ซีฟู้ดสดๆ ซูชิและซาชิมิ รวมถึงซุป นอกจากนี้ยังมีเมนคอร์ส ของหวาน และเครื่องดื่มไว้คอยบริการด้วย ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพต้องเป็นระดับคับแก้ว ส่วนราคานั้นเริ่มต้นที่ 2,180 บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล reservations@zumarestaurant.co.th, Line @ZumaBangkok หรือโทร. 02-252-4707

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

เวทีเสวนา มุมมองนักออกแบบ ดีไซเนอร์ กับการพัฒนาผ้าไทย – งานหัตถศิลป์

เวทีเสวนา “การพัฒนาและต่อยอดงานหัตถศิลป์สู่การสร้างอาชีพในวงการออกแบบ” ในงาน Silk Festival 2023 Silk Success Sustainability โดยมี กุลวิทย์เลาสุขศรี ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และ บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, มิลินยุวจรัสกุล           ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์