นักออกแบบไทยรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าของใช้ธรรมดา

นักออกแบบ ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจและใฝ่ฝันที่จะเดินบนเส้นทางนี้ ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมเหล่านักออกแบบที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ และมุมมอง แนวคิด ของแต่ละคนที่มีต่องานออกแบบ
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
thinkkstudio

ความสร้างสรรค์ของนักออกแบบเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างแบรนด์ ซึ่งในการออกแบบแต่ละอย่างก็ต้องใช้ทั้งความคิด เวลา ความพยายาม และเงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่ธุรกิจมีการแข่งขันกันทางการตลาดสูงมาก อาชีพนักออกแบบจึงทั้งโดดเด่นและเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก แต่กว่าจะมาถึงความสำเร็จในทุกวันนี้ นักออกแบบทั้งหลายก็ต้องฝ่าฟันทั้งในเรื่องของการเรียนและการทำงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาสำหรับบางสิ่ง หรือการสร้างสรรค์บางสิ่งเพื่อให้ออกมาเป็นผลงานที่น่าทึ่งและน่าจดจำ ดังนั้น หากอยากประสบความสำเร็จได้อย่างพวกเขา ก็คงต้องเริ่มจากการศึกษาความรู้พื้นฐานของแต่ละคนว่ามาจากที่ไหนบ้าง ? และ ประสบการณ์จากการเรียนและการทำงานได้สร้างให้พวกเขามีแนวคิดต่องานออกแบบอย่างไร ? ลองหาคำตอบจากบทความนี้

เดชา อรรจนานันท์ และ พลอยพรรณ ธีรชัย
(Thinkk Studio)

เดชา อรรจนานันท์ และ พลอยพรรณ ธีรชัย เป็นสองดีไซน์เนอร์นักคิดผู้ก่อตั้ง THINKK Studio สตูดิโอออกแบบในกรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่ในซอยพัฒนาการ 63 ทั้งคู่เรียนจบที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เดชา อรรจนานันท์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Luxury Design and Craftsmanship จากมหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบโลซานน์ (ECAL) ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ สิ่งที่ได้จากการเรียนต่อโท คือ ทักษะงานช่างฝีมือ และการนำเรื่องราวของแต่ละแบรนด์ที่ยาวนานมาทำให้มีคุณค่าได้อย่างไร จากนั้นจึงนำมาต่อยอดในรูปแบบของตัวเอง ส่วนพลอยพรรณ ธีรชัย ศึกษาหลักสูตรปริญญาโทด้าน Interior และ Furniture DesignInspace ที่เมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน สิ่งที่ได้จากการเรียนที่นั่น คือ การเรียนรู้วิธีคิดและการออกแบบที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นงาน Art, Craft และ Design การได้ฝึกลงมือทำจริงทำให้ได้ใช้มุมมองด้านงานศิลปะค่อนข้างมากกว่าเชิงอุตสาหกรรม และจากผลงานสุดท้ายของการเรียน พลอยพรรณยังได้รับเลือกให้เป็นบัณฑิตที่ดีที่สุดของ ปี 2555 โดย Frame Magazine

ผลงานจากการทำงานร่วมกันของทั้งคู่มักได้มาจากแรงบันดาลใจใหม่ ๆ มีการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ทำให้ผลงานที่ได้ออกมาเรียบง่าย แต่มากด้วยฟังก์ชั่นและลูกเล่นที่ซ่อนอยู่ จนได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายในเวทีระดับสากล  ซึ่งสิ่งสำคัญที่มีอยู่ในทุกผลงานของทั้งคู่ คือ การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้มาจากการค้นคว้าและลงลึกในข้อมูล

การใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบ ที่เป็นประโยชน์และมีความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม ประเทศชาติให้มากขึ้น คือ สิ่งสำคัญต่อการทำงานออกแบบ เพราะการทำงานออกแบบ ไม่ได้เป็นแค่ “งาน” ที่ต้องทำให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่ควรทำให้ผลงานการออกแบบนั้นแสดงออกถึงคุณค่า และความใส่ใจ ที่จะส่งต่อ Passion นั้นให้กับผู้อื่นต่อไปได้อีกด้วย”

baanlaesuan.com

ผลงานของ THINKK Studio ที่ผ่านมามีตั้งแต่อุปกรณ์โต๊ะทำงานขนาดเล็กและเฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงโครงการโรงแรม นอกเหนือจากงานสตูดิโอ THINKK Studio ยังช่วยชุมชนหัตถกรรมในท้องถิ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รับเป็นที่ปรึกษาแบรนด์การออกแบบ จัดนิทรรศการ ให้การบรรยายที่มหาวิทยาลัย และเขียนบทความ

ติดตามผลงานที่น่าสนใจของเดชา อรรจนานันท์ และ พลอยพรรณ ธีรชัย ได้ที่ thinkkstudio.com และ facebook.com/thinkkstudio/

อานนท์ ไพโรจน์
(Anon Pairot Design Studio)

อานนท์ ไพโรจน์ จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาศิลปะอุตสาหกรรม (Industrial Design) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ชื่อเสียงของอานนท์เริ่มมาจากการส่งผลงานเข้าร่วมในเวทีการประกวดดีไซน์ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ หลังเรียนจบก็ได้ร่วมงานกับบริษัทดีไซน์ชั้นนำหลายบริษัท รวมถึงเข้าร่วมโครงการดีไซน์ของภาครัฐหลายครั้ง และยังได้เป็นดีไซเนอร์ตัวแทนของประเทศไปแสดงผลงานในงานแสดงผลิตภัณฑ์ดีไซน์ชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็น MAISON & OBJET ที่ฝรั่งเศส, งาน International Furniture Fair Cologne ที่เยอรมนี และงาน Milan Furniture Fair ที่อิตาลี

ผลงานของอานนท์เกิดจากเทคนิคองค์ความรู้ และการสร้างสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากทำ ทำในสิ่งที่คนอื่นขี้เกียจทำ สร้างรายละเอียดที่ซับซ้อนมากขึ้นเพื่อการลอกเลียนแบบที่ทำได้ยาก และต้องมีการพิสูจน์หลักการที่ทำด้วยว่าเป็นจริงหรือเปล่า นี่ทำให้ผลงานของอานนท์มีความแตกต่างจากงานดีไซน์ทั่ว ๆ ไป นอกจากจะมีฟังก์ชั่นที่ตอบสนองการใช้งานและตอบโจทย์ของผู้ใช้แล้ว ผลงานของอานนท์ยังได้รับอิทธิพลจากการผสมผสานศิลปะร่วมสมัยกับวัฒนธรรมในยุคโลกาภิวัฒน์ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความแปลกใหม่ ที่สอดแทรกส่วนผสมของความเป็นศิลปะเข้ากับแก่นแท้ของการใช้วัสดุ ไปจนถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และปรัชญาอันลึกซึ้งก็มีอยู่ในผลงานของอานนท์ด้วย

“การนำดีไซน์ไปขาย ต้องเอาความรู้ไปให้ด้วย อย่างการออกแบบโดยไม่วางแผนนั้นไม่ควรทำ อย่าออกแบบโดยที่ไม่มีจุดยืน ความคิดสร้างสรรค์มันไม่ใช่การคิดอะไรใหม่ แต่เป็นการสานต่อความคิดดี ๆ ซึ่งดีต่อคน ดีต่อธุรกิจ ดีในเชิงอื่น ๆ ไม่ได้เอากระดาษไปยื่นให้เขา แต่เราจะเข้าไปร่วมด้วย”

mixmagazine.in.th

อานนท์ก่อตั้งสตูดิโอดีไซน์ของตัวเองขึ้น ภายใต้ชื่อ อานนท์ ไพโรจน์ ดีไซน์ สตูดิโอ ในปี 2550 และสร้างสรรค์ผลงานดีไซน์ชั้นเยี่ยมออกมามากมาย ซึ่งในจำนวนนั้นก็ได้รับรางวัลดีไซน์ชั้นนำของโลกอย่าง Red Dot Design Award อีกด้วย บริษัท อานนท์ ไพโรจน์ ดีไซน์สตูดิโอ จำกัด มีสายงานหลักอยู่ 4 อย่าง คือ การออกแบบภายใน, การออกแบบเฟอร์นิเจอร์, การดีซายน์เซอร์วิส และการทำเวิร์คชอป

ติดตามผลงานที่น่าสนใจของอานนท์ ไพโรจน์ ได้ที่ facebook.com/apdspages/

รัฐ เปลี่ยนสุข
(SUMPHAT Gallery)

รัฐ เปลี่ยนสุข สถาปนิกและนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2019 สาขา Product Design รัฐจบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเริ่มสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Plato หลายปี ก่อนจะเริ่มทำงานในรูปแบบสตูดิโอของตนเอง รัฐเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ผู้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานหัตถกรรมกับงานอุตสาหกรรมและมีงานที่ทำร่วมกับชุมชนหัตถกรรมหลายกลุ่ม เช่น งานโลหะดุนลายที่เชียงใหม่ งานไม้ไผ่สานที่เชียงใหม่และพนัสนิคม งานหล่อทองเหลืองที่ปราจีนบุรี งานเซรามิกที่สุโขทัย เเละงานลงรักแบบดั้งเดิม

ผลงานของรัฐมักเกิดขึ้นจากการตั้งคำถามและการพยายามหาวิธีการให้ได้มาซึ่งคำตอบ การออกแบบและลงมือทำทำให้ค้นพบว่า คุณค่าของผลิตภัณฑ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตของผู้ใช้งานได้อย่างสมดุล ดังนั้น แนวทางในการออกแบบผลิตภัณฑ์จึงจำเป็นต้องหาจุดร่วมระหว่างงานผลิตในระบบโรงงานกับงานคราฟต์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้เจอ และจุดยืนของรัฐในงานออกแบบ คือ การทำให้งานคราฟต์กลับมาเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างคุณค่าให้ชีวิตประจำวันผ่านการออกแบบ

“การวิเคราะห์ตัวเราเองก็เหมือนการสร้างสรรค์งานออกแบบ การดึงประสบการณ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะมันจะดีหรือเลว เพราะเราเองก็เป็น Art Material ชิ้นหนึ่งเช่นกัน เราต้องรู้จักนำวัตถุดิบในชีวิตของเรามาออกแบบให้เต็มศักยภาพ จากประสบการณ์ทั้งดีหรือร้ายที่ผ่านมา และต้องเลือกว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อการดำเนินชีวิตต่อไป”

readthecloud.co

จากความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดของรัฐ เปลี่ยนสุข ที่ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเรียนรู้และค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นวัสดุและประวัติศาสตร์ ก่อเกิดเป็น SUMPHAT Gallery แกลอรี่ที่ผสมผสานความรู้ในงานฝีมือและงานอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าทึ่ง งานของ SUMPHAT Gallery ได้รับแรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายและความถ่อมตนของธรรมชาติเพื่อนำความสุขและความสงบมาสู่ผู้พักอาศัย ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากปรัชญา ‘Wabi Sabi’ กลายเป็นการออกแบบของ SUMPHAT Gallery ที่ผสมผสานกับงานฝีมือแบบดั้งเดิมและวิถีชีวิตที่ทันสมัย

ติดตามผลงานที่น่าสนใจของรัฐ เปลี่ยนสุข ได้ที่ facebook.com/apdspages/

ชินภานุ อธิชาธนบดี, ภิรดา และ ภารดี เสนีย์วงษ์ ณ อยุธยา
(Trimode Studio)

ชินภานุ อธิชาธนบดี (นิ), ภิรดา เสนีย์วงษ์ ณ อยุธยา (หงษ์) และ ภารดี เสนีย์วงษ์ ณ อยุธยา (หยก) สามดีไซน์เนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่แตกต่างกัน ชินภานุ อธิชาธนบดี เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่วนสองสาวฝาแฝด ภิรดา เสนีย์วงษ์ ณ อยุธยา เชี่ยวชาญด้านอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ และ ภารดี เสนีย์วงษ์ ณ อยุธยา เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องประดับ ทั้งสามคนได้แยกย้ายไปทำงานประจำของตัวเองหลังเรียนจบ และค่อย ๆ เรียนรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาออกไปค้นหานั้นใช่สิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ หรือเปล่า

ทั้งสามเริ่มก่อร่างสร้าง TRIMODE STUDIO เส้นทางแห่งธุรกิจสร้างสรรค์ โดยยึดหลักการ ‘เข้าใจจุดเริ่มต้น ค้นหาความสำเร็จ’ และสามารถผสมผสานมุมมองที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผลงานของพวกเขาเป็นการทำงานประดิษฐ์เชิงหัตถกรรมและงานออกแบบ ที่มีตั้งแต่งานออกแบบภายใน ออกแบบจิวเวลรี่ และออกแบบงานคราฟท์ ซึ่งกว่าจะประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างทุกวันนี้ ต้องแลกกับการฝ่าฟันที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย มีการลองผิดลองถูกเสมอ

“หาสิ่งที่ชอบให้ได้จริง ๆ ค้นคำตอบให้ตัวเองก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำเป็นสิ่งที่เรามีความต้องจริง ๆ ไหม ถ้ามั่นใจแล้วก็ไปให้สุดทาง อย่ากังวลว่าจะขายได้ไหม มีสิ่งหนึ่งที่พวกเราคิดมาตลอด คือ ถ้าเราทำสิ่งที่เราชอบจริง ๆ เราจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ เพราะเราทำอย่างจริงจังและตั้งใจ ถึงวันนี้ยังไม่ได้แต่มันจะมีวันของมันแน่ ๆ มันจะมีคุณค่าเหมือนที่เราเห็น ซึ่งอันนี้เป็นอันหนึ่งที่พวกเราทำมาตลอด”

siamdiscovery.co.th

TRIMODE STUDIO มีผลงานมากมาย และได้ขยายบริษัทออกเป็น 3 บริษัทย่อย ครอบคลุมงานออกแบบตั้งแต่งานออกแบบภายใน เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ กราฟิก การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าชุมชนไปสู่ระดับสากล

ติดตามผลงานที่น่าสนใจของชินภานุ อธิชาธนบดี, ภิรดา และ ภารดี เสนีย์วงษ์ ณ อยุธยา ได้ที่ facebook.com/trimodestudio และ trimodestudio.com

วรพงศ์ มนูพิพัฒน์พงศ์ และ อดา จิระกรานนท์
(Atelier2+)

วรพงศ์ มนูพิพัฒน์พงศ์ และ อดา จิระกรานนท์ สองดีไซน์เนอร์อีกหนึ่งคู่ที่สำเร็จการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และได้ก่อตั้งสตูดิโอสร้างสรรค์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่าง Atelier2+ ขึ้น วรพงศ์ มนูพิพัฒน์พงศ์ เลือกเรียนต่อในคอร์สพื้นฐานทางศิลปะ เช่น วาดรูป ถ่ายภาพที่อเมริกา และเรียนต่อคอร์สสถาปัตย์ที่เนเธอร์แลนด์ จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่ประเทศสวีเดน ส่วนอดา จิระกรานนท์ เลือกทํางานออฟฟิศที่เมืองไทย จากนั้นจึงไปเรียนต่อปริญญาโทที่ Konstfack University College of Arts, Crafts and Design ประเทศสวีเดนพร้อม ๆ กับวรพงศ์ ซึ่งที่นี่ทำให้วรพงษ์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบภายในกับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ Interior Space และสัมพันธ์กับ Human Scale ส่วนอดาเลือกเรียน Textile เพราะชอบวิธีการถักทอ ชอบงานโครงสร้าง การเรียนที่นี่จะเน้นงานคราฟต์และงานอาร์ต สิ่งที่ได้จากที่นี่ของทั้งคู่จึงสามารถนํามาใช้ได้จริงกับการทำงาน  

ทั้งสองคนสนใจในรูปแบบของความคิดสร้างสรรค์มากมายจากสถาปัตยกรรม ศิลปะ งานฝีมือ และการออกแบบ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างผลงานต่าง ๆ มากมาย ผลงานของอดาและวรพงศ์มีความผสมผสานกันระหว่างศิลปะและการออกแบบทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ทั้งคู่ลงมือทำงานทั้งในฐานะนักคิดและนักสร้าง โดยเชื่อว่าสิ่งปลูกสร้างและวัตถุที่เกิดขึ้นมาจะต้องเป็นวัฒนธรรมทางสายตาได้ด้วย

“การทำอะไรคนละอารมณ์เราก็จะได้สิ่งแปลกใหม่เข้ามา อาจมีมุมมองที่เหมือนหรือต่างกันบ้าง พอมารวมกันเหมือนการค้นพบระหว่างทาง เราทำงานจากสิ่งที่เราอยากทำ ไม่ได้จำกัดว่าต้องดีไซน์โต๊ะหรือว่าเก้าอี้ แต่เราดีไซน์พื้นที่ให้คนหาวิธีใช้เองมากกว่า แต่มันก็เชื่อมโยงมาจากพฤติกรรมการใช้งานของคน”

daybedsmag.com

Atelier2+ สตูดิโอแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานของสิ่งที่วรพงศ์และอดาสนใจและถนัด ซึ่งความถนัดที่ว่าคือการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้กำหนดวัสดุตายตัว ครอบคลุมไปถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และงานศิลปะจัดวาง (Installation art)

ติดตามผลงานการออกแบบของวรพงศ์ มนูพิพัฒน์พงศ์ และ อดา จิระกรานนท์ ได้ที่ facebook.com/Atelier2 และ ateliertwoplus.com

กฤษณ์ พุฒพิมพ์
(Dots Design Studio)

กฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบที่ทำงานทั้งออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ เริ่มตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างเตารีด พัดลม โทรทัศน์ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์อย่างเก้าอี้โซฟา ชุดโต๊ะกินข้าว เก้าอี้สนาม ยังไม่นับวัสดุหลากหลาย ตั้งแต่ไม้ดัด ไม้จริง อะลูมิเนียม พลาสติก ไปจนถึงโลหะหลากหลายประเภท กฤษณ์จบการศึกษาจากภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเลือกเรียนต่อปริญญาโท HDK – Academy of Design and Crafts ที่ GÖTEBORGS UNIVERSITET ที่สวีเดน หลังจากที่เรียนและใช้ชีวิตที่สวีเดน 2 ปี กฤษณ์ก็ได้ฝึกงานด้านการออกแบบทั้งที่บริษัทออกแบบในสวีเดนและในเบลเยียม

ผลงานการออกแบบของกฤษณ์มักได้มาจากประสบการณ์เป็นหลัก กฤษณ์ใช้ชีวิตแบบไหน ไปเจออะไรมา สิ่งนั้นก็จะเป็นเหมือนต้นทุนในการออกแบบ ซึ่งงานออกแบบของกฤษณ์มักจะใส่ Styling เข้าไปในงานด้วยเสมอ คาแรกเตอร์ของผลงานจึงมักออกมาโดดเด่น และยังคงไว้ซึ่งความสมดุลย์ของเรื่องการแก้ปัญหาการใช้งาน ความรู้สึก ความชอบ และไลฟ์สไตล์

“การออกแบบ คือ การสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของคนสองคน คือคนที่มาจ้างเรา กับคนที่มาซื้องานที่เราออกแบบ ถ้าโชคดีที่ทั้งสองคนนี้เป็นคนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ดีไซเนอร์ก็ทำงานได้ง่าย ถ้าสองคนนี้มีความต้องการแตกต่างกันมาก อาจจะทำให้หลาย ๆ งานต้องล้มเลิก นักออกแบบจึงต้องเข้าใจบริบทของลูกค้าก่อน “

readthecloud.co

ปัจจุบัน กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับ Dots Design Studio ผลงาน Lifestyle Product ของกฤษณ์มีมากมาย และชิ้นหนึ่งที่ดูจะพิเศษและเป็นที่จดจำคงเป็น Wooden Bicycle หรือจักรยานไม้ ที่ล่าสุดไปชนะรางวัลเวทีใหญ่ในวงการออกแบบอย่าง Red Dot Design Award 2019 มาแล้ว

ติดตามผลงานของ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ได้ที่ facebook.com/DotsDesignStudio/

กรกต อารมณ์ดี
(Korakot International Limited)

กรกต อารมณ์ดี นักออกแบบไทยที่มีคนต่างชาติยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง กรกตเข้าเรียนภาควิชาจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา หลังจากเรียนจบก็พบว่าตัวเองอยากจะพัฒนาต่อยอดงานศิลปะให้เป็นสินค้าที่มีฟังก์ชันการใช้งานเพื่อที่จะสามารถอยู่ในชีวิตประจำวันในสังคมได้ ก็เลยเลือกเรียนต่อปริญญาโทที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเน้นให้นักศึกษาสร้างงานศิลปะเพื่อตกแต่งและสร้างบรรยากาศภายในสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงเรียนผลงานของกรกตไม่ได้โดดเด่น เพราะพื้นฐานการเขียนรูปและการออกแบบค่อนข้างอยู่ในระดับปานกลาง โชคดีที่ภาควิชามัณฑนศิลป์ที่ศิลปากรมีพื้นฐานเริ่มต้นมาจากการสนับสนุนให้นักศึกษานำเอาศิลปะพื้นบ้านมาทำให้กลายเป็นงานศิลปะแบบร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นการปั้น ทอผ้า งานหัตถกรรมต่าง ๆ กรกตจึงนึกไปถึงพื้นฐานการทำว่าวที่ก๋งเป็นคนสอน ก่อนจะเกิดไอเดียและหยิบเอาพื้นฐานนั้นมาสร้างเป็นชิ้นงานไม้ไผ่แล้วเอาเข้ามาคุยกับทางอาจารย์ในคณะ

ผลงานของกรกตมีความโดดเด่น และแตกต่างอย่างชัดเจน จากการศึกษาเกี่ยวกับการทำว่าวผ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มอย่างตำราและกติกาการแข่งว่าวของพระยาภิรมย์ภักดี กฎกติกาการเล่นว่าวจุฬาปักเป้า ทำให้กรกตรู้จักวัสดุในการทำว่าวอย่าง ‘ไผ่’ มากขึ้น และรู้ด้วยว่าถ้าต้องการดัดโค้งไม้ไผ่ก็ต้องใช้น้ำตาลโตนดช่วยดัด เพราะน้ำตาลมีจุดเดือดที่สูงกว่าน้ำและซึมเข้าไปในข้อไม้ไผ่ได้ดี เมื่อเอาไปผ่านความร้อนจะดัดโค้งได้ง่าย

หลังจากเรียนจบกรกตก็ส่งผลงานประติมากรรมไม้ไผ่ที่เป็นวิทยานิพนธ์เข้าร่วมการประกวดหลายโครงการทั่วประเทศ อย่างเช่นโครงการ OTOP ซึ่งก็มีที่ชนะรางวัลใหญ่บ้าง เล็กบ้าง บ้างก็นำประติมากรรมไม้ไผ่ของตัวเองมาดัดแปลงเป็นโคมไฟและนำไปตั้งวางขายอยู่ที่จตุจักร กระทั่งส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อให้ได้ไปจัดแสดงผลงานในงาน MAISON&OBJET ที่ฝรั่งเศสก็ผ่านมาแล้ว และหลังจากที่ไปออกงาน BIG+BIH แล้ว ลูกค้าจากฝรั่งเศสก็ตามมาหาและเจองานใหม่ ๆ ทำให้เกิดการซื้อขายเกิดขึ้น และผลงานของกรกตก็เริ่มได้ออกเดินทางข้ามโลกไปอยู่ตามร้านขายของแต่งบ้าน โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ โรงแรมหรูต่าง ๆ นับตั้งแต่นั้นมา

“ผมเชื่อว่าถ้าบรรดานักออกแบบกลับบ้านกันไปเยอะๆ เนี่ย มันจะช่วยชีวิตคนได้เยอะเลย เพราะจากวัสดุที่ไม่มีคุณค่าอะไรเลยอย่างไม้ไผ่ เมื่อมาเจอกับการออกแบบมันเลยมีมูลค่าขึ้นมาได้ ไม้ท่อนละไม่กี่สิบบาทเมื่อเจอกับการออกแบบมันก็กลายมาเป็น 8,000 บาทได้ และนั่นจะช่วยให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเยอะเลย”

readthecloud.co

ติดตามผลงานของ กรกต อารมณ์ดี ได้ที่ korakot.net/home.htm

More to explore

มาสคอตนั้นสำคัญแค่ไหน? ถอดบทเรียนจาก “คุมะมง” กับ 3 หัวใจสู่การเป็นคาแร็กเตอร์ยอดนิยม

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้มีชีวิตเสมือนทูตทางวัฒนธรรมของเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น

Trevi Fountain in Rome

ทำไมคนอิตาเลียนถึงเลือกจ่ายเงินดื่มน้ำแร่แบบขวดมากกว่าน้ำประปาฟรีที่ดื่มได้?

อิตาลีคือประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์นำ้แร่มากที่สุดในยุโรป ซึ่งนั่นก็ดูจะมีเหตุผลอยู่