Getty Images แนะสามเทรนด์ภาพมาแรงประจำปี 2020

พูดคุยกับสองครีเอทีฟและเอดิเตอร์ผู้กำหนดทิศทางการผลิตผลงานของช่างภาพกว่าแสนคนในสังกัดของ Getty Images
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Getty images feature-image-boy-in-bloom

ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม คือมูฟเมนท์ที่ส่งผลต่อค่านิยมความชื่นชอบในด้านภาพ หรือ ‘visual trend’ ของผู้คนบนโลกเสมอ และด้วยเหตุนี้เองเอเจนซี่ภาพถ่ายระดับโลกอย่าง Getty Images จึงต้องพัฒนาแผนก Creative Insights ขึ้นเพื่อทำงานกับข้อมูล big data กันแบบต่อเนื่องตลอดเวลา  ในปัจจุบัน Getty Images ถือเป็นเอเจนซี่แห่งเดียวในโลกที่ลงทุนพัฒนาแพลทฟอร์มวิเคราะห์เทรนด์ภาพนี้ขึ้นแบบจริงจัง โชคดีว่าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเราพูดคุยกับ ยูริ เอนโดะ (Yuri Endo) และ พอล ฟอสเตอร์ (Paul Foster) สองครีเอทีฟและเอดิเตอร์ผู้กุมทิศทางการผลิตผลงานของช่างภาพกว่าแสนคนในสังกัดของ Getty Images  ซึ่งทั้งคู่ได้ยินดีบอกเล่าถึงการทำงาน และเทรนด์ภาพที่รับประกันว่าจะมาแรงสุดๆ ในปี 2020 นี้

การวิเคราะห์เทรนด์ภาพแห่งอนาคต

พอล ฟอสเตอร์ ย้อนเล่าให้ฟังว่าการทำงานวิเคราะห์ ‘อินไซต์’ ของทีมวิจัยแนวโน้มภาพที่ Getty Images นั้น มีหน้าที่จัดทำบทวิเคราะห์ความสนใจด้านภาพที่เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ของผู้บริโภคทั่วโลก และรวบรวมสรุปอินไซต์เหล่านั้นมาให้ฝ่ายผลิต (ซึ่งก็คือช่างภาพ) นำไปเป็นบรีฟในการทำงานต่อ

“Consumer Insights และ Visual Trends แปรผันตามกันเสมอ”

ในขณะที่เอดิเตอร์สาวชาวญี่ปุ่น ยูริ เอนโดะ ช่วยอธิบายลงลึกไปอีกว่า ในกระบวนการค้นหาอินไซต์ข้างต้นนี้ทีมงานจะต้องนำ big data จากหลากหลายช่องทางมาทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะจากการค้นข้อมูลและการเสิร์ชหาภาพบนแพลทฟอร์มของ Getty Images เอง หรือจากข้อมูลการซื้อภาพของกลุ่มลูกค้าในระยะขวบปีที่ผ่านมา ฯลฯ ซึ่งข้อมูลนับแสนนับล้านที่บันทึกได้ในทุกวันนี้จะถูกนำมาผ่านการสังเคราะห์และวิเคราะห์ระหว่างทีมงาน เพื่อระบุถึงลักษณะความสนใจ สไตล์ และหัวข้อการเลือกใช้ภาพในอุตสาหกรรมการสื่อสารและการโฆษณา รวมถึงระบุด้วยว่าค่านิยมด้านภาพในแต่ละภาคส่วนของโลกนั้นกำลังดำเนินไปอย่างไร 

“คนในโลกเปลี่ยนรสนิยมไปเรื่อยค่ะ นั่นทำให้ช่างภาพของเราต้องพัฒนาสไตล์การทำงานให้เท่าทันอยู่ตลอด ในฐานะเอเจนซี่ที่ขายภาพให้ลูกค้าธุรกิจ เราจำเป็นต้องให้โจทย์การผลิตกับช่างภาพของเราอย่างแม่นยำ และต้องปรับมู้ดโทนของสต็อกภาพให้ตรงใจตลาดเสมอ”

‘Inclusivity’ ‘Sustainability’ และ ‘Authenticity’ คีย์เวิร์ดแห่งปี 2020

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเด็นสังคมที่ก้าวขึ้นมามีนัยสำคัญต่อทุกแง่มุมของชีวิตคนบนโลกคือเรื่อง ‘Inclusivity’ และ ‘Sustainability’  ซึ่งคำว่า Inclusivity ในที่นี่สองหัวเรือจาก Getty Images ตีความว่าหมายถึงการเคารพต่อความหลากหลายของมนุษยชาติในทุกแง่มุม ทั้งในเรื่องเพศสภาพ เชื้อชาติ วัยวุฒิ สถานะสังคม รวมไปถึงลักษณะทางกายภาพในทุกด้าน  “เช่นภาพที่ยกย่องพลังของผู้หญิง ความกล้าหาญของผู้พิการ การเปิดพื้นที่ให้ชนกลุ่มน้อยและวัฒนธรรมย่อย หรือการตีความผู้ชายในมิติใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้นจะเป็นเทรนด์ภาพที่มาแรงมากในอนาคต แต่ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ในบริบทของโลกความจริงด้วยนะคะ ไม่ใช่โลกที่ปรุงแต่งขึ้นมา” ยูริกล่าว

Lynx for Men Ad Campaign “Is it ok for guys…”
Photo courtesy of Trevor Williams / Getty Images

“ความเท่าเทียม เสรีภาพ และการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่ม คือคุณค่าใหม่ที่ผู้คนมองหา”

ในขณะที่ประเด็นเรื่อง Sustainability จะหมายรวมถึงความยั่งยืนทั้งในเชิงการใช้ชีวิต การเดินทาง อาหารการกิน การอยู่อาศัย และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ฯลฯ  “สังเกตว่าธุรกิจกระแสหลักในโลกเริ่มเล็งเห็นถึงประโยชน์ของความยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็มีเทรนด์เรื่องการลดคาร์บอนฟุตพรินท์ เรื่องการท่องเที่ยวทางรถไฟ ส่วนในโลกแฟชั่นก็มีหลายแบรนด์ดังที่หันมาจับประเด็นนี้แบบจริงจังจนผู้คนเชื่อถือมากขึ้น”

“ในฐานข้อมูลของ Getty Images มีการเสิร์ชคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับ Sustainability เพิ่มขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่อง Train Travel”

Photo courtesy of Mixmike / Getty Images

ส่วนหัวข้อ Authenticity นั้น Getty Images ฟันธงว่าจะสะท้อนให้เห็นผ่านทางมู้ดโทนของภาพที่ผู้คนให้ความนิยม หมายความว่าบุคลิกของภาพที่จะโน้มน้าวใจคนในวันนี้ได้จะต้องสื่อถึงความแท้ ความไม่ปรุงแต่ง และสะท้อนความจริงในสังคมอันเป็น ‘คุณค่าใหม่’ ที่ผู้บริโภคมองหา พอล ฟอสเตอร์พยายามสรุปให้เราเห็นภาพง่ายๆ ว่า “คนธรรมดาที่ดูธรรมดามากๆ นี่แหละคือภาพที่ตลาดในปี 2020 จะมองว่าสวยงาม เพราะมันมีความลุ่มลึกทางอารมณ์ที่เราทุกคนเชื่อมโยงได้ ยิ่งภาพดูดิบเท่าไรคนกลับยิ่งชอบ ดังนั้นเราจะบรีฟช่างภาพว่าไม่ต้องพยายามดีไซน์องค์ประกอบอะไรเยอะแยะเหมือนในโฆษณาสมัยก่อนแล้ว”

“การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน และการจับโมเมนท์ภาพแบบสดๆ ที่เรียกว่า Mobilesque คือสไตล์ภาพที่มียอดขายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

Photo courtesy of Mathieu Young / Getty Images

ท้ายสุดสองผู้เชี่ยวชาญจาก Getty Images กระซิบว่าอีกหนึ่งเทรนด์ย่อยที่เริ่มมีนัยสำคัญในตลาดโลก คือภาพที่เชื่อมโยงกับคนเชื้อสายเอเชีย (Asian-centric) เพราะทุกวันนี้ตลาดเอเชียเป็นสิ่งหอมหวานของแบรนด์ทุกแบรนด์  “สังเกตว่าแต่ก่อนในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหรือในซีรีย์ภาษาอังกฤษ นักแสดงเอเชียจะถูกจัดให้รับบทรองอยู่ตลอด ไม่เคยได้ขึ้นมาเป็นพระเอกนางเอก แต่ปัจจุบันตลาดใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วในอุตสาหกรรมบันเทิง เรามีนักแสดงนำที่เป็นชาวเอเชียมากขึ้นมาก บางเรื่องมีพล็อตที่นำเสนอค่านิยมและความคิดอ่านแบบเอเชียนอย่างชัดเจน ซึ่งก็ได้รับฟีดแบคที่ดีจากสังคมวงกว้าง ทั้งในมุมของการสร้างสรรค์เนื้อหาที่แปลกใหม่รวมถึงตัวเลขธุรกิจที่สะท้อนกลับมาก็สวยงามด้วย”

สองพระนางในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ “Crazy Rich Asians” ที่ทำรายได้ถล่มทลายในสหรัฐอเมริกา

** ปัจจุบันทีมเอดิเตอร์และอาร์ตไดเร็กเตอร์ของ Getty Images ซึ่งทำหน้าที่ให้บรีฟแก่ช่างภาพทั่วโลกมีสำนักงานอยู่ในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย (ฮ่องกงและโตเกียว)

อ้างอิง: จากบทสัมภาษณ์ Paul Foster และ Yuri Endo หลังการบรรยายของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

More to explore

7 นักจัดดอกไม้ไทยผู้รังสรรค์ศิลปะผ่านความงามแห่งสีสันและพันธุ์พืช

เพราะดอกไม้สื่อสารเรื่องราว สร้างอารมณ์ และแทนความรู้สึกได้ นักจัดดอกไม้จึงกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะผู้ส่งสารจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง