EMPOWERING ISAN ต่อยอดมรดกแผ่นดินถิ่นอีสาน ความกันดารที่พร้อมเล่นสนุก

เมื่อความแห้งแล้งสร้างคนให้อดทน มีความหวัง และสร้างสรรค์อยู่เสมอ
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
paao4

บนข้อเท็จจริงที่ว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ทยอยย้ายฐานการผลิตไปยังดินแดนที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ ในขณะเดียวกัน ประเทศกำลังพัฒนาที่หันมาเป็นฐานการผลิต ต่างก็มีเทคโนโลยีที่เอื้อให้ผลิตสินค้าได้เท่าทันกัน ทำให้เกิดการแข่งขันตัดราคาอย่างดุเดือด ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกล้วนมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ประเทศที่จะยืนหยัดอย่างยั่งยืนได้บนสังเวียนเศรษฐกิจโลก จะไม่ใช่ดินแดนที่เป็นเจ้าของทรัพยากร หรือแรงงานราคาถูก หรือเป็นแหล่งผลิตต้นทุนต่ำอีกต่อไป แต่จะเป็นประเทศที่ประชากรสามารถต่อยอดความคิด ต้นทุนวัฒนธรรม สินทรัพย์ทางปัญญา ให้กลายเป็นสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ที่ ‘ครองใจ’ ผู้คนได้

นี่เองคือที่มาของแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ​- ยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

อีสานม่วนซ่าน ดีเอ็นเอสร้างสรรค์ที่กำลังเบ่งบาน

“อีสาน” หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย คือหนึ่งดินแดนที่เต็มไปด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมล้ำค่า เรามีงานฝีมือท้องถิ่นที่ทรงเอกลักษณ์ เช่นงานทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย งานจักสาน งานปั้นดินเผา งานเครื่องโลหะ ทั้งยังเป็นเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มีวัตถุดิบอาหารคุณภาพดีมากมาย ยกตัวอย่างเช่นข้าวอินทรีย์ 7 สายพันธุ์ของกลุ่มชาวนาไทอีสาน มีแร่เกลือสินเธาว์ที่เป็นมรดกวิถีสืบทอดในชีวิตลูกอีสานมานับพันปี นอกจากนี้ ยังมีเอกลักษณ์ทางดนตรีที่โดดเด่นอย่างเสียงแคนและหมอลำ เป็นความบันเทิงเปี่ยมสีสันที่ไม่มีที่ไหนลอกเลียนได้ เหล่านี้ล้วนเป็นภูมิปัญญาที่ชาวอีสานได้สร้างสรรค์และสืบทอดกันกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำมาต่อยอดเป็นมูลค่าคืนกลับแก่ชุมชนได้เท่านั้น มันยังสามารถเป็นแรงพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยด้วย

ขอยกตัวอย่างโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปะอาว รีไวฟ์ (Pa-Ao Revive) ขึ้นมาเล่าให้ฟังอีกสักเรื่อง “บ้านปะอาว” ที่ถูกกล่าวถึงในชื่อโครงการนี้ เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี หลายคนอาจไม่เคยรู้หรอกว่าที่บ้านปะอาวนี้ มีภูมิปัญญาการหล่อโลหะด้วยเบ้าดินโบราณที่สืบทอดกันมานานหลายศตวรรษ

จนเมื่อราวสามสี่ปีก่อนที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ได้เริ่มเข้าไปทำความรู้จักกับชุมชนคนอีสาน (เพื่อเตรียมก่อตั้งศูนย์สร้างสรรค์งงานออกแบบใน จ.ขอนแก่น) ทักษะล้ำค่านี้ก็ได้ถูกค้นพบอีกครั้ง โดยศิลปินเครื่องประดับคนดังของเมืองไทย ฤดี ตันเจริญ (Atelier Rudee) ได้ร่วมมือกับ CEA ชักชวน 5 ศิลปินนักออกแบบรุ่นใหม่ อันได้แก่ ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ ปัญจพล กุลปภังกร ธันย์ชนก ยาวิลาศ ศรัณย์ เย็นปัญญา และอ้อ สุทธิประภา ผู้เป็นที่รู้จักด้านการออกแบบพลิกฟื้นสิ่งสามัญธรรมดา (หรือกระทั่งสิ่งที่คนมองว่าเชย) ให้โดดเด่นขึ้นมาด้วยวิธีการเล่าเรื่องใหม่ ที่น่าสนใจคือทุกคนวางเป้าว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ทำขึ้นในโครงการนี้ จะต้องมีทั้งศักยภาพเชิงพาณิชย์ คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์พื้นถิ่น และสามารถผลิตจริงได้ง่ายด้วยทักษะพื้นฐานของช่างชุมชนด้วย

Pa-Ao REVIVE

บ้านปะอาว หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดอุบลราชธานี มีงานหล่อโลหะด้วยเบ้าดินแบบโบราณ ซึ่งเป็นเทคนิคงานช่างงานฝีมือที่สืบทอดกันมานับร้อยๆปี และปัจจุบันนี้ยังมีหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลกนี้ เช่นเดียวกับชุมชนที่ทำงานช่างงานฝีมือหลายแห่งในไทย เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ประกอบกับความยากลำบากในการทำงาน ซึ่งให้ผลตอบแทนน้อย ทำให้ความสนใจและความต้องการผลิตภัณฑ์ รวมทั้งผู้ที่จะมาสืบทอดองค์ความรู้มีจำนวนน้อยลงทุกขณะด้วยการสนับสนุนจากศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการ Pa-Ao Revive ดำเนินการโดย Atelier Rudee ได้เชิญ 5 นักออกแบบไทย ที่มีความสามารถในการออกแบบหรือพลิกฟื้น สิ่งสามัญธรรมดาในชีวิตประจำวัน กระทั่งสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเชย ให้มีความโดดเด่นและถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจได้อย่างลงตัว ได้แก่ ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ปัญจพล กุลปภังกร และ ธันย์ชนก ยาวิลาศศรัณย์ เย็นปัญญาอ้อ สุทธิประภา ไปลงพื้นที่ ทำความรู้จักกับงานหล่อโบราณบ้านปะอาว และออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ด้วยความหวังให้ช่างฝีมือท้องถิ่นสามารถผลิตชิ้นงานเหล่านี้ได้ด้วยตนเองต่อไปในอนาคต และมีความเป็นไปได้ในการผลิตซ้ำจำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน เพื่อเป็นการอนุรักษ์เทคนิคการหล่อแบบโบราณนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไปในวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 13:30- 15:30 น. (ลงทะเบียน 13:00)จะมีการเสวนา และเปิดนิทรรศการ Pa-Ao REVIVE ที่ชั้น 5 TCDC กรุงเทพฯในการเสวนาผู้ริเริ่มและดำเนินโครงการ ฤดี ตันเจริญ พร้อมทั้งนักออกแบบ จะมาพูดคุยบอกเล่าถึงที่มา ความสำคัญของโครงการ แนวความคิดในการออกแบบ กระบวนการทำงานร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่น ตลอดจนผลที่ได้รับจากโครงการนี้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่https://www.zipeventapp.com/e/Pa-Ao-Revive-Talkรักชอบนักออกแบบท่านไหนก็ไปฟังกระบวนการคิด การทำงานที่น่าสนใจของพวกเขา และชมผลงานกันนะคะAtelier Rudee ขอขอบคุณศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรุงเทพฯนักออกแบบ: ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ Tithi Kutchamuchปัญจพล กุลปภังกร Panjapol Kulp และ ธันย์ชนก ยาวิลาศ Tunchanok Yavilas ศรัณย์ เย็นปัญญา Saran Yen Panyaอ้อ สุทธิประภา Aor Sutthiprapha ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ทองเหลืองบ้านปะอาวพ่อทองคำ ประทุมมาศ (ครูช่างศิลป์หัตถกรรม พ.ศ. 2557) และครอบครัวและ P.Library Design Studio สำหรับการบันทึกเรื่องราว ภาพถ่ายและงานกราฟฟิคของนิทรรศการนี้ค่ะ

Posted by Atelier Rudee on Friday, 26 October 2018

“ที่ใครๆ ว่าอีสานบ้านเราแห้งแล้งกันดาร แต่ความกันดารนี่แหละ ที่สร้างคนอีสานให้อดทน มีความหวัง และพร้อมสร้างสรรค์อยู่เสมอ”

Creative Economy Agency

วันนี้ TCDC ขอนแก่น ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ได้ฤกษ์เปิดบ้านทำความรู้จักกับชุมชนชาวอีสานอย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่ลูกอีสานจะได้อัพเลเวลความสนุกและความสร้างสรรค์ของพวกเขาขึ้นไปอีกขั้นผ่านแรงสนับสนุนของ TCDC เราเชื่อว่ายังมีเรื่องราวสนุกๆ อีกมากมายในดินแดนนี้ที่รอการเล่าขานใหม่ เป็นเรื่องราวที่พร้อมจะเชิญชวนโลกทั้งใบให้ก้าวเข้าไปสัมผัส และติดกับความม่วนสไตล์อีสานได้อีกไม่รู้จบ

เครดิตภาพ: Creative Economy Agency / Atelier Rudee

More to explore

กรัณย์ วระพงษ์สิทธิกุล: ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ User Experience คนไทยคนแรกที่ Google แต่งตั้งให้เป็น UX Expert

สนทนากับ กรัณย์ วระพงษ์สิทธิกุล Google UX Expert ถึงความสำคัญของ UX กับธุรกิจในโลกปัจจุบัน

wakingbee 2

สร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายด้วยแบรนด์ activewear สัญชาติไทย ดีไซน์เก๋

การได้สวมใส่ activewear ที่ support ทุกการเคลื่อนไหว และมีดีไซน์ที่เข้ากับรูปร่างและสไตล์ของตัวเองในแต่ละวันกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากออกกำลังกายมากขึ้น