เมื่อกราฟิกดีไซเนอร์สาวมาแต่งกลอนภาษาอังกฤษและพิมพ์หนังสือทำมือ

Unwrapped - Undone - Underneath บทกวีที่สื่อถึงส่วนหนึ่งของชีวิตของรสธร กาจกำจรเดช
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Rossatorn—Underneath_11


ใครที่เคยไปเดินงาน Bangkok Art Book Fair อาจจะเคยเห็นผลงานหนังสือเล่มเล็กๆของรสธร กาจกำจรเดชมาบ้าง เมื่อเห็นว่าปีนี้เธอกำลังจะมีผลงานใหม่ออกมาวางขายในเทศกาลนี้อีกครั้ง เราจึงขอคุยกับเธอสั้นๆ ถึงโปรเจ็กต์นี้

ช่วยเล่าเรื่องตัวเองนิดหน่อยได้มั้ย

“ชื่อกุ้งนางนะคะ จริงๆเกิดที่กรุงเทพ แต่ได้มีโอกาสย้ายไปโตที่เชียงใหม่ตั้งแต่อายุ 13 เลยชอบคิดเอาเองว่าเป็นคนเชียงใหม่ค่ะ เรียนจบจากภาควิชา Communication design ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนั้นเลือกเรียนสายนี้ เพราะช่วงที่กำลังจะจบม.5 เคยเข้าไปในร้านหนังสือ และสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งที่เกี่ยวกับลายเส้นสถาปัตยกรรมค่ะ พอซื้อกลับมาที่บ้าน เลยได้มีโอกาสค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พอเจอกับภาควิชานี้ก็รู้เลยทันทีเลยว่านี่คือสิ่งที่เราอยากจะเรียนรู้ค่ะ”

โปรเจ็กต์หนังสือ เกิดขึ้นได้อย่างไร
“จุดเริ่มต้นจริงๆ คือการที่กุ้งนางได้มีโอกาสไปฝึกงานกับ The Uniform Design Studio ค่ะ จึงได้มีโอกาสไปช่วยพี่ๆขายงานศิลปะในงาน Hotel Art Fair 2017 โดยที่พี่ๆก็ได้ชวนให้กุ้งนางได้นำงานวิทยานิพนธ์ของตัวเองไปขายด้วย โดยในตัวงานของเราจะมีทั้งภาพและกลอนภาษาอังกฤษประกอบกันค่ะ พอพี่ๆ The Archivist เห็นกลอนที่เราเขียนประกอบภาพ เลยชวนให้มาลองเขียนหนังสือกลอน ที่พี่ๆจะพิมพ์ให้ค่ะ” 

เลือกทำเป็นกลอนภาษาอังกฤษ คิดว่า target ของเราคือใคร
“สำหรับกุ้งนาง บทกลอนเป็นการตัดถ้อยคำที่ไม่จำเป็นออกไปนะคะ เป็น medium ที่เรียบง่าย ชัดเจน แต่ยังคงพลิ้วไหวในตัวเอง ด้วยโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน และมีพื้นที่ว่างระหว่างประโยค ทำให้ผู้อ่านสามารถสอดแทรกจินตนาการ เรื่องราว หรือความรู้สึกของตัวเอง ลงไปในกลอนบทนั้นๆได้ สำหรับในเรื่องของภาษานั้น คำศัพท์ภาษาไทยในหมวดหมู่ของความรู้สึกอาจจะมีให้เลือกใช้ไม่มาก บวกกับตัวกุ้งนางเองที่หลงเสน่ห์ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว จึงได้เลือกที่จะใช้ภาษาอังกฤษค่ะ ตอนที่เขียนก็ไม่เคยคิดที่จะเจาะจง target ว่าต้องเป็นคนที่เก่งภาษาอังกฤษหรือว่าชาวต่างชาติ แค่หวังเพียงว่าหนังสือกลอนของเราจะสามารถหยิบยื่นจิ๊กซอว์บางชิ้นของความรู้สึกไปให้ผู้อ่านได้ลองประกอบกับความรู้สึกของตัวเองที่อาจจะหล่นหายไปตามกาลเวลาและสถานการณ์ค่ะ”

มาทำงานร่วมกับ The Archivist ได้อย่างไร และได้เรียนรู้อะไรบ้าง
“วิธีการทำงานนั้นง่ายมากๆเลยค่ะ หน้าที่หลักกุ้งนางคือเขียนกลอน โดยจะมีการวาดรูปประกอบบ้างเล็กน้อยค่ะ พอเขียนเสร็จก็จัดหน้ากระดาษ และส่งให้พี่ๆเลยค่ะ ซึ่งพี่ๆก็น่ารักมาก (ก ไก่หลายๆตัว) คือไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเลย ปล่อยให้เราได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ จะมีก็คือช่วยดูตัวสะกดผิดให้และแนะนำกระดาษใหม่ๆ ผิวสัมผัสพิเศษๆ ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกดีเทลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ สีหมึก หรือการจบขอบกระดาษค่ะ  รู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสมาทำงานกับ The Archivist เพราะได้เรียนรู้หลายอย่างมากๆ เลยค่ะ ไม่ใช่เพียงแค่ในงานของตัวเอง เพราะการที่ได้ไปคลุกคลีกับพี่ๆ ที่มืออาชีพมากๆขนาดนี้ มีอะไรพี่ๆก็จะคอยสอนคอยเล่าให้ฟังตลอด ทั้งในเรื่องเทคนิคการพิมพ์งานต่างๆ กระดาษแต่ละประเภท ความเข้มข้นของหมึก รวมไปถึงประเภทของหมึกด้วย ประทับใจมากๆเลยค่ะ”

ที่มาของแต่ละเล่ม
“จากเล็กๆจนโต มีเหตุการณ์หลายๆอย่างในชีวิตของเราที่ไม่ราบรื่น และทำให้เราต้องเข้มแข็งเกินกว่าที่เราเคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่เราก็ไม่เคยปล่อยให้เรื่องราวในอดีตมาหยุดความสุขในปัจจุบันนะ ซึ่งทุกวันนี้ กุ้งนางก็เลือกที่จะยิ้มเยอะๆ และหัวเราะให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากสิ่งเล็กๆน้อยในแต่ละวัน แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า ความเศร้าที่กุ้งนางเคยมีนั้นจะจางหายไป การเขียนบทกลอนแต่ละบทคือการที่เราได้นำความรู้สึกในส่วนที่ลึกที่สุดในใจ ออกมาเปลี่ยนเป็นถ้อยคำ ที่สามารถสัมผัสได้ทั้งในเชิงนามธรรม คือการทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงความรู้สึกนั้นๆ และในเชิงรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเทคนิคการสกรีนด้วยมือ ตัดด้วยมือ เย็บด้วยมือ และฉีกด้วยมือ จนเกิดขึ้นมาเป็นรูปเล่มค่ะ

Unwrapped (2017) คือการแกะกล่องความรู้สึกของเรา ซึ่งกล่องนี้เปรียบเสมือนกล่องของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต เพราะทุกความรู้สึกและทุกเรื่องราวทำให้เราเป็นเราในวันนี้ ในเล่มนี้ จึงเป็นการลองแกะความรู้สึกออกมาทีละชั้น ตามจังหวะการเปิดของหน้ากระดาษ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในหลายๆจังหวะของชีวิตค่ะ

ส่วน Undone (2018) ต้องยกให้โควตของ Cynthia Occelli ที่กล่าวไว้ว่า “For a seed to achieve its greatest expression, it must come completely undone. The shell cracks, its insides come out and everything changes. To someone who doesn’t understand growth, it would look like complete destruction.” เพราะเล่มนี้คือการจมดิ่งไปสู่จุดที่ทำให้แตกสลาย เรียกได้จะจมดิ่งลงไปในก้นมหาสมุทรเลยค่ะ

เล่าให้ฟังถึงเล่มล่าสุดที่จะขายในปีนี้หน่อยได้มั้ย
“Underneath เป็นเล่มสุดท้ายของไตรภาค Un- เป็นการเปิดดูถึงชิ้นส่วนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของ Undone ค่ะ ซึ่งจะเป็นกุ้งนางในตอนปัจจุบัน เป็นหนังสือที่จะนำพาผู้อ่านค่อยๆเดินทางผ่านความเศร้าที่สวยงาม โดยจะบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มของหญิงสาว ขีดเขียนขึ้นมาจากรอยแผลเป็นในอดีตและจิตใจที่บอบช้ำ คลุกเคล้ากับคราบน้ำตา ที่เมื่อผ่านกาลเวลามานานมากพอ จะตกผลึกเป็นความเข้าใจ ความเข้มแข็ง และความหวังในตอนสุดท้ายค่ะ หากต้องการเติมใจ ยังไงฝากเล่มนี้ด้วยนะคะ”

เทศกาล Bangkok Art Book Fair 2019 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน ที่ Bangkok City City Gallery โดยมีเวลาเปิดทำการ ดังนี้
วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน เวลา 18:00 – 21:00 น.
วันศุกร์ที่ 6 กันยายน เวลา 13:00 – 21:00 น.
วันเสาร์ที่ 7 กันายน เวลา 13:00 – 21:00 น.
วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน เวลา 13:00 – 19:00 น.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ Bangkok Art Book Fair

More to explore

หนังสือดี ๆ สำหรับนักออกแบบและคนชอบดีไซน์

เรียนรู้แนวคิดและการทำงานจากนักคิดระดับโลกทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น “ชิป คิดด์” (Chip Kidd), “ศ. ดร. เอซิโอ มานซินี่” (Ezio Manzini) และ “เดฟ ทรอตต์” (Dave Trott) ประสบการณ์ที่ถูกเรียงร้อยเป็นตัวหนังสืออยู่ภายในเล่มกำลังรอให้คุณเข้าไปล้วงเคล็ดลับออกมาใช้

ศิลป์โบราณ X ศาสตร์บริหารยุคใหม่ ในครัวของ ‘เชฟพิม’ เฮดเชฟคนใหม่ของ Nahm

สำรวจแนวคิดการสร้างสรรค์อาหารของ พิม เตชะมวลไววิทย์ อดีตนักวิจัยแห่งซิลิคอนวัลเลย์ ผู้ผันตัวมาเป็น ‘เชฟ’ ด้วยการฝึกฝนตนเองจนได้มิชลินสตาร์