fbpx

โปรโมทงานศิลปะ NFT ยังไงให้ขายได้ปังๆ

จะเป็นศิลปินให้รุ่งแค่มีฝีมืออย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักโปรโมทงานตัวเองด้วยนะ

ตลาดศิลปะ NFT ทำให้ครีเอเตอร์และศิลปินทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสขายงานและสร้างรายได้ได้ แต่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี้ที่มีงานศิลปะให้เลือกช็อปมหาศาล จะทำอย่างไรล่ะให้ผู้ซื้อมาเจอและสนใจงานของเรา? เชื่อว่านี่คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจครีเอเตอร์หลายคนแน่ๆ เพราะศิลปินบางคนที่กระโจนเข้ามาในวงการนี้แบบไม่รู้ตัว ก็อาจประสบปัญหาว่าขายงานเท่าไหร่ก็ขายไม่ออกซะที สำหรับครีเอเตอร์ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน เรามีเคล็ดลับที่รวบรวมจากหลายแหล่งมาแชร์ค่ะ

เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ​

วงการ NFT art เป็นพึ่งพาอาศัยคอมมูนิตี้เป็นหลัก ศิลปินและครีเอเตอร์จึงควรให้ความสำคัญกับชุมชน (จะอยู่คนเดียวเงียบๆ ก็ได้ แต่ก็อาจจะไม่มีคนเห็น) โดยหมั่นมีปฏิสัมพันธ์กับศิลปินหรือคนอื่นๆ ที่อยู่ในคอมมูนิตี้ ฟีดแบ็คเรื่องผลงานของคนอื่นบ้าง ปล่อยผลงานตัวเองให้คนอื่นเห็นบ้าง หรือชวนให้เพื่อนๆ แชร์ผลงานของเราบ้าง เพราะผู้ซื้อหรือนักลงทุนส่วนใหญ่ก็ฝังตัวอยู่ในคอมมูนิตี้เหล่านี้นี่ล่ะ ถ้าไม่อยู่ในกรุ๊ป facebook หรือ Twitter ก็อาจจะลองไปที่ Discord ดูก็ได้

เล่าเรื่องตัวเองหรืองานตัวเองให้เป็น

หรือพูดง่ายๆ ก็คือขายตัวเองและงานตัวเองให้เป็นนั่นแหละ ลองคิดดูสิว่าอะไรที่จะทำให้คนที่อยู่คนละซีกโลกยอมเสียเงินแพงๆ เพื่อซื้องานของใครสักคน นอกจากฝีมือแล้ว คอนเซ็ปต์และเครดิตความน่าเชื่อถือก็เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งถ้ามีสตอรี่ดึงดูดด้วยแล้วยิ่งน่าซื้อไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นแทนที่จะบอกว่าเป็น creator based in Bangkok, Thailand ก็อาจจะต้องเล่าให้น่าสนใจขึ้นหน่อยว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นยังไงบ้าง

มีเว็บไซต์ไว้โชว์ผลงานของตัวเอง

บางคนอาจจะคิดว่าแค่มีโซเชียลมีเดียก็เพียงพอแล้ว แต่จริงๆ แล้ว การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองจะทำให้คุณดูน่าเชื่อถือกว่า แถมยังทำ SEO ให้คนหาคุณเจอได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังช่วยให้เก็บ lead ได้ง่ายขึ้น เพื่อนำข้อมูลไปทำการตลาดต่อไปได้อีก

อย่าก็อปงานหรือขโมยงานคนอื่นมาขาย

คุณอาจจะคิดว่าในโลกอินเตอร์เน็ต คุณจะทำอะไรก็ได้ แต่อยากให้ย้อนกลับไปที่ข้อแรกอีกครั้ง วงการ NFT art เป็นเรื่องของคอมมูนิตี้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดก็อปงานใครมา คุณต้องเจอกับการตรวจสอบ (และการแบน) จากคอมมูนิตี้แน่นอน และก็ไม่มีใครอยากซื้องานที่เสียเครดิตหรอก จริงมั้ย?

drop งานใน NFT Calendar

NFT Calendar ถือเป็นปฏิทินแรกในตลอดที่รวมการดรอปผลงานในหลายๆ แพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน คอลเลคเตอร์บางคนจึงชอบที่นี่ เพราะสามารถดูผลงานใหม่ได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเปลี่ยนไปทีละแพลตฟอร์ม และที่สำคัญ ศิลปินสามารถไปดรอปผลงานได้ฟรีด้วยนะ (ถ้าผ่านการีวิวของทีมงานก็จะโชว์บนปฏิทินเอง)

ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์

ไม่ใช่แค่เอาไว้โพสต์งานอย่างเดียว แต่ก่อนจะดรอปงาน ก็ควรแจ้งแฟนๆ ที่ติดตามไว้เนิ่นๆ ว่าจะดรอปผลงานวันนั้นวันนี้ ยิ่งถ้ามีทีเซอร์ด้วยก็จะยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจไปอีก นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่โชว์เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงแชร์เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์คนอื่นๆ ด้วย

ทำตัวเป็นคอลเลคเตอร์

วิธีนี้ทำให้ศิลปินหลายคนโด่งดังมานักต่อนัก การเป็นคอลเลคเตอร์หมายถึงการสนับสนุนเพื่อนร่วมวงการ แล้วพอซื้อผลงานของใครสักคน ศิลปินเองก็ย่อมต้องอยากแชร์ว่าใครมาซื้อผลงานของตัวเอง คนอื่นๆ ก็จะได้เห็นโปรไฟล์คุณมากยิ่งขึ้น

ทำงานคอลแลบ

การทำงานคอลแลบ (collaboration) กับครีเอเตอร์อื่นๆ หรือศิลปินต่างแขนงอาจช่วยให้งานดูน่าสนใจยิ่งขึ้น แถมยังเพิ่มพลังการโปรโมทเป็นสองเท่า

แจกของฟรี

การแจกงาน หรือแจกงานที่เป็น physical piece ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ครีเอเตอร์ทำกันแพร่หลาย โดยมีกฎง่ายๆ เหมือนการชิงรางวัลทั่วๆ ไป อย่างเช่นต้องฟอลโลว์ศิลปิน ต้องกดแชร์ในโซเชียล เป็นวิธีที่ง่าย แต่ก็ทำให้คนเห็นงานของคุณมากขึ้นเยอะอยู่

มีความอดทน

ช้าๆ ย่อมได้พร้าเล่มงาม มันก็มีบ้างแหละที่ศิลปินบางคนอาจจะดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ย่อมต้องอาศัยเวลา ความอดทน ความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่ล่ะช่วงแรกอาจจะต้องพยายามมากหน่อย แต่ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอไปสักระยะหนึ่งแล้ว ความพยายามต้องผลิดอกออกผลบ้างไม่มากก็น้อย

อ้างอิง:

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี