fbpx

ตามเทรนด์คนเมืองปลูกต้นไม้กับ 3 สตาร์ทอัพมาแรงที่ไม่ต้องแข่งกันด้วยเทคโนโลยี

เมื่อธุรกิจสมัยใหม่เข้าใจว่าเสน่ห์ของต้นไม้คือการพาคนหนีไปจากหน้าจอมือถือ!

ในขวบปีที่ผ่านมา ความต้องการ ‘ต้นไม้ในบ้าน’ ของคนเมืองปะทุขึ้นเป็นเทรนด์ทั่วโลก โดยเฉพาะกับกลุ่มคนมิลเลเนียลอายุยี่สิบสามสิบที่สื่อออนไลน์อย่าง Refinery29 ถึงกับพาดหัวไว้ว่า “plant ladies are the new cat ladies” แต่เพราะอะไรอยู่ๆ การปลูกต้นไม้ถึงกลายเป็นกิจกรรมฮอตปรอทแตกขึ้นมา ทั้งๆ ที่มันก็อยู่คู่กับวัฒนธรรมมนุษย์มาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว  หนึ่งในสมมติฐานที่เราเชื่อว่าจริง คือ เพราะต้นไม้คือสิ่งเยียวยาคุณจากโลกดิจิทัล นั่นเอง

ดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นแบบไม่ลืมหูลืมตานี้ส่งผลให้เราได้เห็น ‘สตาร์ทอัพขายต้นไม้’ รายใหม่ๆ เกิดขึ้นในโลกมากมาย บริษัทเหล่านี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและความสร้างสรรค์นำพาธรรมชาติกลับสู่ชีวิตคนเมืองอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าหน้าตาและวิธีทำมาหากินของธุรกิจกลุ่มนี้ย่อมแตกต่างจากร้านขายต้นไม้ทั่วไปที่เราเคยมีภาพจำกันมาในอดีต  วันนี้ Kooper อยากแนะนำให้คุณรู้จักกับ 3 ธุรกิจสตาร์ทอัพค้าต้นไม้ที่กำลังเป็นดาวเด่นในสหรัฐอเมริกา เราอยากชวนคุณคิดตามกันเล่นๆ ว่าธุรกิจเหล่านี้เขามีวิธีซื้อใจคนเมืองเจเนอเรชั่นใหม่ที่กำลังโหยหิวธรรมชาติกันอย่างไรบ้าง

The Sill – แอมะซอนของคนรักต้นไม้

รายนี้เริ่มขายต้นไม้ออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2012 และเพิ่งเปิดหน้าร้านรีเทลสาขาหกไปเมื่อไม่นานนี้ The Sill ชูจุดขายว่าเหล่าพันธุ์ไม้และแบรนด์ของพวกเขาเป็น ‘ยาแก้เครียด’ สำหรับเรื่องราวแย่ๆ ที่คนในเจเนอเรชั่นนี้ต้องพบเจอ พวกเขาเชื่อจริงๆ ว่าต้นไม้คือโฉมหน้าหนึ่งของธุรกิจเวลเนสและการดูแลสุขภาพของผู้คนในอนาคต ซึ่งงานวิจัยยุคหลังก็ระบุตรงกันว่าการมีต้นไม้ปลูกในบ้านนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง เช่นทำให้คุณภาพอากาศในบ้านดีขึ้น ทำให้คนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและใช้ชีวิตได้เต็มที่มากขึ้น และการอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาตินั้นยังช่วยลดความเครียด รวมถึงช่วยยกระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้กับคนเราด้วย

พืชพันธุ์ที่ The Sill นำมาวางขายนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นพันธุ์ไม้เลี้ยงง่ายทั่วๆ ไป แต่ที่น่าสนใจคือการคัดเลือกขนาด สีสัน และรูปโฉมที่ลงตัวกับการเลี้ยงในที่ร่ม ในที่แคบ เพิ่มเติมด้วยบริการด้านบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และตัวเลือกกระถางหลากสไตล์ที่โดนใจคนเมือง The Sill สื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ว่าเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เป็นผู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านเวลเนสและสุขภาพให้กับมนุษย์เมือง โดยอาศัย Instagram และ Pinterest เป็นเครื่องมือหลักด้านการสื่อสาร “ก็ในเมื่อคนยุคนี้มีวัฒนธรรมแชร์ภาพออนไลน์กันอยู่แล้ว ทำไมเราไม่เปิดช่องให้พวกเขาแชร์ไอเดียการแต่งบ้านเป็นพื้นที่ของความสงบ และความกินดีอยู่ดีไปด้วยเลยล่ะ” ไอเดียง่ายๆ นี้ของ The Sill ทำให้ Instagram ของแบรนด์มีฟอลโลเวอร์ถึงเกือบ 700,000 คน และกลายเป็นหนึ่งในอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านเวลเนสไปแล้วเรียบร้อย

Hortiคู่คิดของนักปลูกมือใหม่

หนึ่งในข้อปัญหาสำคัญของบรรดาสตาร์ทอัพขายต้นไม้คือฐานลูกค้า (ที่อยากซื้อต้นไม้) ของพวกเขาไม่เข้าใจวิธีเลี้ยงดูต้นไม้กันสักนิด นี่คือเหตุผลที่หลายแบรนด์ในปัจจุบันต้องหันมาทุ่มเทกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ สร้างเนื้อหาที่เป็นการสอน และการสร้างความเชื่อมั่นเป็นอันดับแรกๆ ยกตัวอย่างเช่น Horti สตาร์ทอัพขายต้นไม้รายหนึ่งในกรุงนิวยอร์กที่พลิกวิธีการขายสินค้าของพวกเขาเป็นโปรแกรมระยะยาว เมื่อคุณสมัครซื้อโปรแกรมนี้ Horti จะจัดส่งพันธุ์ไม้ที่เลี้ยงง่ายที่สุดให้คุณก่อนเป็นล็อตแรก ต้นไม้จะไปถึงบ้านคุณพร้อมกับกระถางที่พอเหมาะ ข้าวของอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ และคู่มือการปลูก-เลี้ยงเพื่อให้คุณได้เรียนรู้การนำต้นไม้ลงกระถางด้วยตัวเอง จากนั้นทางร้านก็จะทยอยส่งพันธุ์ไม้ที่เลี้ยงยากขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น หรือส่งกระถางใบใหญ่ขึ้นไปให้กับคุณฝึกย้ายต้นไม้สร้างความมั่นใจ โดยคุณสามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกโปรแกรมระยะยาวนี้เมื่อไรก็ได้ตามที่คุณสะดวก

Horti มีร้านรีเทลเล็กๆ ชื่อ Horti PLAY เป็นพื้นที่สังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกันของชุมชนคนรักต้นไม้ โดยทางแบรนด์เรียกพื้นที่นี้ว่า experiential space บนปรัชญา 3C คือ Contemplation, Creation และ Connection

Greenery NYC – พลิกโฉมเรือนเพาะชำเป็นห้องทดลองประสบการณ์

Greenery NYC เป็นสตาร์ทอัพอีกรายที่นำเสนอบริการเกี่ยวกับต้นไม้หลายรูปแบบ ทั้งขายปลีกออนไลน์ รับจัดอินสตอลเลชั่นให้บริษัทต่างๆ รวมถึงมีร้านรีเทลเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้คนในเมืองด้วย “เพราะเรารู้ว่าการได้ออกไปเดินในป่า หรือได้นอนเล่นใต้ร่มไม้มีแสงแดดรำไร มันทำให้คนรู้สึกดีได้แค่ไหน มนุษย์เราเกิดมาจากธรรมชาติ แต่เราใช้ชีวิตประจำวันได้ห่างไกลจากธรรมชาติกันเหลือเกิน” Greenery NYC ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าพวกเขาสร้างธุรกิจขึ้นมาจากความเชื่อลึกๆ ข้อนี้

และแม้ที่ผ่านมาทางแบรนด์จะขายต้นไม้ออนไลน์ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่พวกเขากลับเชื่อว่าแบรนด์จำเป็นจะต้องมี ‘พื้นที่กายภาพ’ ที่นำเสนอประสบการณ์พิเศษๆ และสร้างคอมมูนิตี้ในโลกจริงให้กับลูกค้าด้วย ร้าน Greenery Unlimited แห่งแรกเปิดตัวขึ้นในเขตบรุ๊คลินของนิวยอร์ก มันมีหน้าตาคล้ายเรือนเพาะชำผสมโชว์รูมศิลปะ ที่เน้นการตกแต่งสะอาดสะอ้าน จัดแสงสวยงาม และนำเสนอเฉพาะพันธุ์ไม้ในที่ร่มเพื่อตอบโจทย์วิถีการใช้ชีวิตจริงๆ ของคนในเมือง

ทุกวันนี้ถ้าคุณเดินเข้าไปในร้าน Greenery Unlimited คุณจะได้เห็นศิลปะการปลูกต้นไม้ในร่มหลากหลายสไตล์ ทั้งแขวนผนัง ปูเต็มพื้น หรือกระทั่งต้นไม้ที่เป็นส่วนต่อขยายของเฟอร์นิเจอร์ ภายในร้านจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับพืชพรรณต่างๆ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและกระบวนการใหม่ๆ ที่บริษัทพัฒนาขึ้นจากการทำงาน botanical design ให้ลูกค้าเฉพาะกิจ พูดง่ายๆ คือ Greenery NYC สร้างร้าน Greenery Unlimited นี้ขึ้นมาภายใต้คอนเส็พท์ Biophilic Design Store เพื่อเป็นห้องทดลองของการสัมผัสกับต้นไม้ผ่านประสบการณ์ใหม่ๆ นั่นเอง

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ คุณคิดเหมือนเราไหมว่าท้ายที่สุดแล้ว ‘ต้นไม้’ ยังไงก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการการสัมผัสจริง เพราะเสน่ห์ที่แท้ของมันคือการที่เราได้หนีออกจากความสะดวกสบายบนหน้าจอมือถือ และได้ใช้ความพยายามนิดหน่อยที่จะหวนกลับไปอยู่กับธรรมชาติ สังเกตว่าสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จจากการขายต้นไม้ออนไลน์ทั้งหลาย สุดท้ายแล้วต่างก็ปรับโฟกัสมาที่วิถีการปลูกและดูแลต้นไม้แบบสามัญธรรมดา แทนที่จะไปแข่งขันกันด้วยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี IoT  

เวลาที่คนเราซื้อต้นไม้ เราไม่ได้ตามหาดิจิทัลอินเทอร์เฟส เราตามหาสิ่งที่เป็นขั้วตรงข้าม อะไรก็ได้ที่ทำให้เราช้าลง ที่ไม่ต้องใช้นิ้วกด แต่ต้องเหงื่อหยดนิดหน่อย

สรุป…กุญแจของธุรกิจค้าต้นไม้ที่จะเติบโตในตลาดคนรุ่นใหม่
1) เข้าถึงง่าย 2) ซื้อง่าย 3) ส่งง่าย 4) เลี้ยงง่าย 5) ถ่ายรูปได้ 6) มีคอมมูนิตี้ 7) อย่าไฮเทคเกิน

เครดิตภาพ:
thesill, heyhorti, greeneryunlimited, greenerynyc



Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

Virgil Abloh ผู้ทำลายกำแพงงานสร้างสรรค์ กับโปรเจ็คต์ NFT ในวาระสุดท้ายของชีวิต

ข่าวการจากไปของ Virgil Abloh ในวัย 41 ด้วยโรคมะเร็ง นับว่าเป็นความสูญเสียอันใหญ่หลวง Virgil Abloh เป็น ศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก คนทำดนตรี ผู้ประกอบการ ผู้ที่อัดฉีดพลังครีเอทีฟใหม่ๆ สร้าง ให้กับโลกยุคใหม่ที่กำลังตีบตันความคิดสร้างสรรค์ Abloh เป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White แบรนด์สตรีทแฟชั่นที่มีสาวกคลั่งไคล้ทั่วโลก