PHKA Studio ผู้สร้างสัมพันธภาพใหม่ระหว่าง ดอกไม้กับพื้นที่

สนทนาภาษาดอกไม้กับ ตุณ ชมไพศาล ว่าด้วยความเชื่อมโยงของโลกพฤกษศาสตร์และศิลปะจัดวาง
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Wedding-3

ถ้าคุณต้องการแค่แจกันดอกไม้ในร้านอาหารที่เน้นความอลังการด้วยดอกไม้อิมพอร์ต ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบของคุณ แต่ถ้าคุณมาพร้อมกับโจทย์ที่อยากทำพื้นที่ใช้สอยสักแห่งให้สร้างคุณค่าเชิงประสบการณ์ได้มากขึ้น PHKA Studio คือหนึ่งคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม  

“สำหรับผม ไม่มีดอกไม้ชนิดไหนที่สวยไปกว่ากัน มันอยู่ที่เราจะหยิบเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามนั้นมาใช้อย่างไรให้เหมาะสม” นิยามสั้นๆ ข้างต้นนี้สะท้อนแนวคิดการทำงานกับดอกไม้ของ ตุณ ชมไพศาล นักออกแบบผู้ร่วมก่อตั้ง PHKA Studio ผู้เชี่ยวชาญการรังสรรค์ดอกไม้ด้วยแนวคิดเชิงสถาปัตย์เพื่อให้พืชพันธุ์ต่างๆ ผสมผสานกับการใช้พื้นที่อย่างลงตัว  

Kooper สนทนาภาษาดอกไม้กับเขาถึงวิถีการทำงาน ตั้งแต่วันแรกๆ ที่หางานยากเย็น จนถึงวันที่ได้รับเชิญให้ไปแสดงงาน ณ Festival Flora เมืองกอร์โดบา ประเทศสเปน

ก้าวแรกลำบากเสมอ

จุดเริ่มต้นของ PHKA Studio เกิดจากการที่ วิศทา ด้วงวงศ์ศรี ผู้ร่วมก่อตั้งสตูโอและคู่ชีวิตของ ตุณ ชมไพศาล มีความสนใจเรื่องราวของดอกไม้เป็นทุนเดิม และทั้งคู่สังเกตว่าในอดีตนั้นการใช้ดอกไม้เพื่อตกแต่งสถานที่ในเมืองไทยยังมีเพียงไม่กี่แนวทาง หนึ่งคือเน้นที่ปริมาณและชนิดของดอกไม้ที่สวยงามแปลกตา สองคือแนวทางที่เน้นความละเมียดละไมแบบงานคหกรรมดั้งเดิม (หรือที่เรียกว่าการจัดดอกไม้แบบชาววังนั่นเอง)  แต่สิ่งที่ทั้งคู่สนใจคือการนำทักษะการจัดดอกไม้ผนวกเข้ากับมิติของพื้นที่ (Space) สร้างเรื่องราวระหว่างพื้นที่ใช้สอยกับดอกไม้ตามโจทย์ที่ตั้งขึ้น จุดนี้คือรอยแยกจากขนบคิดเดิมๆ และเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทั้งสองได้ลองนำพื้นฐานด้านสถาปัตยกรรมมาผนวกกับงานสร้างสรรค์ดอกไม้ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ตุณย้อนเล่าว่าแนวคิดที่แตกต่างกับแพชชั่นเกินร้อยก็หาใช่ประกาศนียบัตรของความสำเร็จ เพราะในช่วงแรกที่ PHKA ยังไม่มีพอร์ตโฟลิโอในระดับมืออาชีพ การส่งจดหมายแนะนำตัวไปยังโรงแรมหรือร้านอาหารชั้นดีต่างๆ ก็ถูกปฏิเสธมาหมด ทั้งคู่ต้องวางกลยุทธ์ใหม่ด้วยการหันมาจับงานขนาดเล็กเช่นการจัด ‘ช่อบูเก้’ ก่อน พร้อมกับหาพื้นที่นำเสนอไอเดียด้วยการเปิดร้านแบบป๊อปอัพสโตร์ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น  “จุดนั้นทำให้เราได้งานจากสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่งที่เขาต้องการฉีกรูปแบบการถ่ายภาพตามสถานที่สวยๆ มาสู่การถ่ายภาพคู่กับงานอินสตอลเลชั่นอาร์ตที่ทำจากดอกไม้ทั้งหมด”

“เราใช้เวลาช่วง 2 – 3 ปีแรกรับงานอีเว้นท์และงานแต่งงานเป็นหลัก เพราะนั่นคือโอกาสที่เราจะได้ทำความรู้จักกับลูกค้า ก่อนที่จะขยับขยายมาสู่การสร้างงานอินสตอลเลชั่นเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นงานที่เราอยากทำจริงๆ”

นิยามใหม่ของดอกไม้

ในช่วงแรกของการทำงาน ดอกไม้คือสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับคนทำเสมอ ตุณบอกกับเราว่า “ผมตื่นเต้นกับดอกไม้ไปหมด ตั้งแต่ดอกไม้ท้องถิ่นที่หาได้ใกล้ตัว ไปจนถึงดอกไม้จากที่อื่นๆ ในโลก ทั้งจากจีน เคนยา เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราใช้ดอกไม้มาทุกชนิดในโลกแล้ว ความตื่นเต้นนั้นก็ค่อยๆ หมดไป  

“ผมกลับมาตั้งคำถามใหม่กับตัวเองว่าเวลาเราใช้ดอกไม้ เราจะใช้มันมากกว่าแค่เรื่องความงามได้หรือไม่”

“โดยเฉพาะกับงานอินสตอลเลชั่นอาร์ตที่ความสวยงามไม่ได้อยู่ที่ชนิดของดอกไม้เท่านั้น แต่ดอกไม้ทั้งหมดต้องทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการบอกเล่าอะไรบางอย่างกับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อ ความหมาย สถานที่ปลูก สถานที่จัดแสดง รวมไปถึงกลิ่นของดอกไม้เช่นดอกซ่อนกลิ่นของไทยที่ให้อารมณ์โศกเศร้า หรือดอกหน้าวัวที่จะไม่ถูกนำมาใช้ในงานมงคลต่างๆ นอกจากนี้ดอกไม้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมได้ เช่นศิลปะการร้อยดอกไม้ของไทยมีตั้งแต่การร้อยพวงมาลัย การร้อยอุบะ หรือการทำเครื่องแขวนดอกไม้สดซึ่งเป็นหัตถศิลป์ที่สืบทอดกันมายาวนาน”

ในขณะที่การสร้างงานของ PHKA Studio กลับตั้งใจที่จะทลายกำแพงเหล่านั้นออกไป พวกเขาอยากสร้างเอกลักษณ์ใหม่ในการจัดดอกไม้ตามสไตล์ของตัวเอง โดยเน้นเรื่องความสัมพันธ์ของดอกไม้กับพื้นที่ ทั้งในเรื่องความงาม ความหมาย ความเชื่อโยงของเรื่องราว เพื่อจะสร้างนิยามใหม่ให้กับการจัดดอกไม้ในแบบที่ไม่มีใครทำมาก่อน ตุณกล่าวว่าในการทำงานทุกครั้งของ PHKA Studio จะต้องสร้างโจทย์ขึ้นมาก่อน เพราะพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจากดอกไม้ที่ชื่นชอบแล้ว แต่เริ่มต้นจากการตีโจทย์แบบดีไซเนอร์ มีการร่างแบบ 3D Sketch ให้ลูกค้าพิจารณาทั้งในส่วนของโครงสร้าง (ที่ไม่เกี่ยวกับดอกไม้) และในส่วนของดอกไม้ที่จะใช้ด้วย 

“สตูดิโอของเราไม่มีซิกเนเจอร์ครับ เราเป็นเหมือนผี คือถ้าอยากให้เราทำอะไรก็ต้องให้โจทย์มา เช่นคุณต้องการทำอะไรกับพื้นที่ตรงนี้ ต้องการประโยชน์ใช้สอยจากมันในรูปแบบไหน”

พฤษศาสตร์ x ศิลปะจัดวาง

ด้วยความที่สนใจงานจัดดอกไม้แนวอินสตอลเลชั่น PHKA จึงคอยค้นหาสเปซที่น่าสนใจเพื่อใช้ในการนำเสนอผลงาน พวกเขาตระเวนดูพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ล้ง 1919 ย่านฝั่งธน ฯลฯ แต่สุดท้ายไซต์งานที่สร้างชื่อให้สตูดิโอนี้ดังเป็นพลุขึ้นมาก็คือ “คลีโอพัตรา” อาบอบนวดบนถนนไมตรีจิตต์  ซึ่งครั้งนั้น PHKA ได้เสนอตัวขอร่วมแสดงงานกับทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ – CEA (ชื่อเดิม TCDC) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week (BKKDW 2018) โดยตั้งใจนำเรื่องราวของสถาปัตยกรรมเก่าที่สภาพทรุดโทรม กับปัญหาสังคมเรื่องสถานบริการอาบอบนวด (ธุรกิจสีเทาที่เคยถูกกฏหมาย) มาเป็นโจทย์หลัก

ซึ่งด้วยข้อจำกัดด้านข้อบังคับการใช้อาคาร งบประมาณ รวมไปถึงระยะเวลาในการจัดแสดง PHKA ได้นำเสนองานสร้างสรรค์ชื่อ Abandoned One ในรูปแบบของฟาสาด (Façade) หน้าอาบอบนวด และใช้ดอกหน้าวัวสีแดงสดเป็นสื่อสัญลักษณ์ในเรื่องเพศ พร้อมจัดเก้าอี้นั่งด้านหน้าเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาถ่ายภาพเซลฟี่ นับเป็นการเสียดสีพฤติกรรมปกติทั่วไปที่ไม่มีใครอยากจะเดินผ่านหรือข้องแวะกับสถานบริการแห่งนี้นัก 

งานดอกไม้ “Abandoned One” ด้านหน้าอาบอบนวดคลีโอพัตรา

นอกจากผลงานนี้ PHKA ยังเคยนำเสนองานอินสตอลเลชั่นอีกชิ้นชื่อ Blooming Tune ไว้ด้านในอาคารไปรษณีย์กลาง โดยพวกเขานำดอกไม้มาผนวกกับเสียงดนตรี เป็นงานแขวนดอกไม้แนวตั้ง 4 เลเยอร์บนโครงสร้างเหล็กทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร แต่ละเลเยอร์เป็นตัวแทนของเครื่องดนตรี 5 ชิ้น อันได้แก่ ทรัมเป็ต  ปิคโคโล  ฮอร์น  แซกโซโฟน และแคลริเน็ต ซึ่งผู้ชมสามารถสัมผัสความงามของดอกไม้และเสียงเพลงร่วมกันได้เมื่อเข้ามายืนอยู่ ณ ใจกลางของชิ้นงาน

งาน Blooming Tune ที่อาคารไปรษณีย์กลาง

ระหว่างดอกไม้และพื้นที่

เพื่อตอกย้ำปรัชญาการทำงานที่ต้องการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้และพื้นที่ในบริบทใหม่ ทีมนักออกแบบหลักของ PHKA จึงประกอบไปด้วยผู้ที่มีพื้นฐานทางสถาปัตยกรรมถึง 7 คน โดยมีฝ่ายสนับสนุนที่จบด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อีก 2 คนคอยดูแลรายละเอียดเล็กๆ ในทุกผลงาน พร้อมดูแลแบรนด์ใหม่ชื่อ “๑๐๐๐ Malai” (พันมาลัย) ที่เน้นงานสเกลเล็กไปด้วย นอกจากนี้ PHKA ยังมีนักจัดดอกไม้ฝีมือดีอีก 2 คนที่ทำงานด้วยแพชชั่นกับดอกไม้ต่างๆ อย่างแท้จริง

“ทีมงานของเราต้องแน่ใจตัวเองว่าชอบสายนี้จริงๆ เพราะหากคุณเรียนจบสถาปัตย์มา โอกาสที่คุณจะกลับไปทำงานตรงสายอีกครั้งนั้นมันจะน้อยลงมาก เพราะการทำงานที่นี่คุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ที่มีดอกไม้เป็นศูนย์กลางเท่านั้น มันต่างมากจากงานออกแบบอาคาร งานตกแต่งภายใน หรือกระทั่งงานออกแบบผลิตภัณฑ์”

ปัจจุบันงานของ PHKA Studio แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1) Event เช่น งานแต่งงงาน งานถ่ายภาพ งานนิทรรศการตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนนี้มีมากถึง 90% ของงานทั้งหมด
2) Permanent Installation เป็นงานติดตั้งดอกไม้แบบถาวร (เพื่อลดปริมาณการใช้ดอกไม้สด) เช่น งานที่ Central Phuket Floresta ที่พวกเขารับตกแต่งฝ้าภายในห้างด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ ผสมผสานกับวัสดุอื่นเช่นโครงเหล็กและงานจักสานเป็นต้น
3) Installation Art เช่น งาน Abandoned One และงาน Blooming Tune ในเทศกาล BKKDW 2018  งาน The Fouetté Flower ในเทศกาล BKKDW 2019 ปีต่อมา รวมไปถึงการเข้าร่วมแสดงงานที่ Festival Flora เมืองกอร์โดบา ประเทศสเปน (Festival Flora คืออีเวนท์โปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองกอร์โดบาในช่วงโลว์ซีซั่น) ซึ่งครั้งนั้น PHKA ได้เลือกพื้นที่บริเวณคอร์ทยาร์ดของวังเก่า Palacio de Viana ซึ่งอยู่ติดกับโบสถ์ แวดล้อมด้วยต้นส้ม และเป็นสถานที่เก็บสะสมของโบราณ เพื่อจัดแสดงงานในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย

งาน The Fouetté Flower ในเทศกาล BKKDW 2019
ผลงานในคอร์ทยาร์ดวังเก่า Palacio de Viana / เทศกาล Festival Flora เมืองกอร์โดบา ประเทศสเปน

ตัวแทนดอกไม้ไทย

ถ้าไม่นับว่าดอกราชพฤกษ์คือดอกไม้ประจำชาติไทยแล้ว ตุณมองว่า ดอกรัก ดอกพุด ดอกมะลิ ดอกบานไม่รู้โรย รวมไปถึงจำปี จำปา ก็เป็นดอกไม้ใกล้ตัวที่อยู่คู่ชีวิตคนไทยมานาน “ส่วนตัวผมอยากนำดอกไม้พวกนี้แหละมาพลิกแพลงสร้างสรรค์เป็นรูปทรงเพื่อสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและวิถีชีวิตของคนเมืองที่มีแต่ความเร่งรีบ ผมว่ามันย้อนแย้งดีกับความเป็นดอกไม้ไทยที่มีบริบทค่อนข้างช้า” และถ้ามีโอกาสตุณก็อยากได้ลองจัดดอกไม้ให้กับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ “ผมคิดว่าดอกไม้ถ้าถูกจัดแต่งอย่างดีตามบริบทของพื้นที่ มันจะช่วยให้พื้นที่นั้นๆ งดงามขึ้นในมิติใหม่ อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็ได้”

** ล่าสุด PHKA Studio ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งใน 80 นักจัดดอกไม้ร่วมสมัยที่มีผลงานโดดเด่นระดับโลก ติดตามเรื่องราวของพวกเขาได้ในหนังสือ BLOOMS – Contemporary Floral Design (โดยสำนักพิมพ์ Phaidon ประเทศอังกฤษ)

ภาพ : PHKA Studio

More to explore

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เปิดตัวทีมบริหารใหม่ มุ่งขับเคลื่อนโรงแรมไปข้างหน้าด้วยแนวคิด Revival of The Original

จับคู่ผู้บริหารชั่วโมงบินสูง 30 ปี กับผู้จัดการหนุ่มที่รู้จริงเรื่องตลาดคนรุ่นใหม่ ผนึกกำลังสื่อเอกลักษณ์ความเป็น ‘มณเฑียร’ ถึงชาวไทยและชาวโลก

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles