“ดีไซน์, ขาย, แล้วค่อยผลิต” ถอดรหัสความสำเร็จโมเดลธุรกิจใหม่ของ PDM Brand

มุมมองจากครีเอเตอร์-นักออกแบบ ดุลยพล ศรีจันทร์ ผู้พลิกภาพเสื่อพลาสติกเป็นสารพัดสิ่งได้สุดคูล
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
PDM Brand feature iamge

KEY SUCCESS

1)  ดีมานด์ของลูกค้าทดสอบได้บนโลกออนไลน์ ดีไซเนอร์แค่ใช้ซอฟแวร์เนรมิตภาพสินค้าให้เหมือนจริงที่สุด โพสต์ลงโซเชียลเพื่อดูฟีดแบค แค่ข้ามวันก็รู้ผลแล้วว่าไอเดียนั้นจะเวิร์คหรือไม่ วิธีนี้ทดแทนการลุ้นยอดขายตามงานแฟร์ทุก 3 – 6 เดือนได้เลย

2) การ collab คือแนวทางการพัฒนาสินค้ายุคใหม่ ที่ช่วยขยายทั้งฐานลูกค้าและโอกาสการขาย

3) มองทุกคนเป็นพันธมิตรธุรกิจ ไม่ใช่คู่แข่งใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สร้างตลาดและการค้าขายร่วมกันกับเพื่อนนักออกแบบ

4) วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลบนโลกออนไลน์ ทำให้ PDM ปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การขาย และกลยุทธ์การสร้างธุรกิจร่วมกับพันธมิตรได้ประสบความสำเร็จ

ใครๆ ก็ว่าวิกฤตโควิด-19 ทุบเศรษฐกิจโลก แต่ถ้ามองในมุมบวกมันก็เหมือนสารกระตุ้นให้เทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์-ของแต่งบ้าน เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างสูงเพื่อความอยู่รอด ซึ่งกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบเดิมๆ คงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไปแล้ว  Kooper แชร์มุมมองจากครีเอเตอร์-นักออกแบบ ดิว – ดุลยพล ศรีจันทร์ ผู้บริหารจากแบรนด์ของแต่งบ้าน PDM Brand – Enhance Your Living ผู้พลิกภาพเสื่อพลาสติกให้กลายเป็นอีกสารพัดสิ่งได้สุดคูล และทำให้มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“ทีม PDM ทำงานหนักมากเพื่อปรับกลยุทธ์การทำงาน แม้ช่วงแรกเราจะกลัวโควิดมาก แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เราพบว่ากลุ่มเป้าหมายของเราใช้เว็บไซต์ในช่วงวิกฤตโควิดมากขึ้น และด้วยมาตรการ Work From Home ก็ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน จึงหันมาให้ความสำคัญกับการซื้อของแต่งบ้านมากขึ้นอีก เรารู้เลยว่านี่คือโอกาสของเราแล้ว”

– ดิว ดุลยพล

ปรับโมเดลก่อน รวยก่อน : จากรอขายตามซีซั่น สู่การทดสอบตลาดแบบข้ามวัน

เมื่อออนไลน์กลายเป็นช่องทางสื่อสารที่แบรนด์ engage กับลูกค้า end user ได้โดยตรง การปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำตาม ‘ซีซั่น’ ตาม ‘งานแฟร์’ หรือต้องออกคอลเลคชั่นใหญ่แล้วรอออร์เดอร์จากผู้ซื้อ เพราะเผลอๆ ดีไซน์ที่ซุ่มทำกันกว่า 3 เดือนอาจขายไม่ดีก็ได้ หากมันไม่โดนใจผู้บริโภค ณ ขณะนั้นจริงๆ

ด้วยเหตุนี้การใช้ซอฟแวร์ออกแบบที่สามารถเนรมิตภาพชิ้นงานได้เหมือนจริง (3d rendering) จึงก้าวเข้ามาเป็นเครื่องสำคัญในการทดสอบความต้องการของลูกค้าผ่านโลกออนไลน์แบบ ‘ข้ามวันรู้ผล’ แบบไหนที่คน like เยอะ comment เพียบ แถม share เป็นหลักร้อย ก็มีสิทธิ์ที่จะนำมาพัฒนาต่อเป็นชิ้นงานจริง ขายจริงผ่านทางออนไลน์ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด เมื่อได้จำนวนออเดอร์ขั้นต่ำแล้วจึงเริ่มผลิต และกำหนดระยะเวลาส่งมอบให้ลูกค้าอย่างชัดเจน ส่วนแบบไหนที่เงียบก็พับโครงการไป ไม่ต้องเสียเวลาต่อ แต่ให้เก็บเป็นข้อมูลไว้ใช้ในการพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ครั้งต่อ ๆ ไป

“โมเดลขายก่อนค่อยผลิตนี้ เงินที่ลูกค้าชำระจองสินค้าเข้ามา ก็จะหมุนไปเป็นต้นทุนการผลิตแบบที่เรารู้จำนวนผลิตที่แน่นอน”

ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว : Design Collaboration คือวิธีขยายฐานลูกค้า และพัฒนาโปรดักท์ใหม่

ด้วยแนวคิดหลักของ PDM Brand ที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการ enhance ชีวิตในบ้านของผู้คน คล้ายกับ ‘ผงชูรส’ ในโลกงานตกแต่ง “เติม PDM เข้าไปแล้วพื้นที่ชีวิตของคุณจะสวยงามรื่นรมย์ยิ่งขึ้น” แน่นอนว่าการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการและรสนิยมของผู้ใช้ถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างโจทย์งานออกแบบให้ตอบรับกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

แต่อีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจของ PDM ก็คือการให้เกียรตินักออกแบบที่ร่วมงานกับบริษัท คุณดิวเล่าว่า “ในต่างประเทศ นักออกแบบมีศักดิ์ศรีและเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปไม่ต่างจากศิลปิน นักร้อง นักแสดง ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาส ผมก็อยากจะโปรโมทนักออกแบบควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ที่เราวางจำหน่ายด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภครู้ว่าชิ้นงานนี้ออกแบบโดยใครแล้ว ตัวนักออกแบบก็จะเกิดความภูมิใจ และแบรนด์ก็ได้ reach out ไปยังฐานแฟนคลับของนักออกแบบคนนั้น” ยกตัวอย่างเช่น เสื่อลาย Stride ที่ออกแบบโดยนักออกแบบสิ่งทอชาวฟินแลนด์ Sini Henttonen เป็นเสื่อลายแรกของ PDM Brand ที่ยังคงขายดีต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ 

PDM X EASE STUDIO – เสื่อลาย Ease ที่ทำร่วมกับ วนัส โชคทวีศักดิ์ และ ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก ผู้ก่อตั้ง Ease Studio โดยนำงานสานแบบลายขัดหนึ่งมาเป็นต้นตอแนวคิดการออกแบบเสื่อให้โมเดิร์นแบบไทย มีรายละเอียดเหมือนหัตถกรรมชั้นสูงที่ทำให้บ้านดูหรูขึ้น
PDM X SRINLIM – เสื่อลาย Tween ที่ทำร่วมกับ ศริญญา ลิมทองทิพย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Srinlim เป็นเสื่อรูปทรงเพชรที่เพิ่มเส้นใยแบบเท่าทวีคูณ เสมือนการผสานลวดลายที่ถูกทอทีละเส้นจนกลายเป็นหนึ่งหน่วยเดียวกัน ช่วยเปิดจินตนาการการตกแต่งบ้านให้พิเศษยิ่งขึ้น

ต่อยอด Know how เพื่อขาย ขาย ขาย : จากเสื่อปูพื้นสู่สารพัดของแต่งบ้าน

แม้ว่าเสื่อจะเป็นสินค้าหลักของแบรนด์ PDM แต่ด้วยศักยภาพของวัสดุและเทคนิคการผลิตที่สามารถต่อยอดเป็นอย่างอื่นได้ ทีมงานจึงลองขยายประเภทสินค้ามาสู่ของตกแต่งบ้านไอเท็มอื่นๆ แต่ไม่ว่าจะพลิกแพลงต่อยอดเป็นอะไร ทีมงานก็จะคงนวัตกรรมการทอและใช้ลวดลายที่มีอยู่เดิมให้มากที่สุด เช่น ชุดรองจาน Karava แผ่นรองจานที่ไม่ใช่แค่ดีไซน์สวย แต่ยังช่วยถนอมผิวโต๊ะ และลดเสียงดังจากการวางภาชนะช้อนส้อม  เบาะนั่ง Bouton เบาะนั่ง 3 ชิ้นพร้อมโต๊ะ 1 ตัวขนาด 60 เซนติเมตรที่วางซ้อนเก็บได้พอดี ตัวโต๊ะเป็นลามิเนตกันน้ำ ขาพ่นพาวเดอร์โค้ดสีคาร์บอน ตัวเบาะเป็นเสื่อสาน PDM เหมาะใช้เป็นโต๊ะข้างวางคู่กับโซฟา กล่องใส่กระดาษทิชชู Pollen ไอเท็มเล็กๆ ซื้อง่ายของคล่อง เติมกิมมิคช่องเก็บของด้านข้างให้มีประโยชน์มากขึ้น

แบ่งปันโอกาสค้าขายให้พันธมิตร : ใช้แพลทฟอร์มออนไลน์ช่วยขายเฟอร์นิเจอร์แนวเอ็กซคลูซีฟ

นอกจากผลิตชิ้นงานจำหน่ายภายใต้แบรนด์ PDM แล้ว ทีมงานยังใช้พื้นที่สื่อสารบน facebook ที่มีคนติดตามกว่า 150,000 คน ใน Instagram ราว 20,000 คน และ Line@ อีกกว่า 4 หมื่นคน เป็นช่องทางการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ให้กับกลุ่มพันธมิตรนักออกแบบที่มีชื่อเสียง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขาย และสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างเพื่อนร่วมวงการแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำพันธกิจของหนึ่งของ PDM Brand ที่มุ่งส่งเสริมสนับสนุนดีไซเนอร์ที่มีผลงานยอดเยี่ยมด้วย

ตัวอย่างเช่น เก้าอี้ Osca โดย สุวรรณ คงขุนเทียน (แบรนด์โยธกา) ที่ผลิตจากหวายป่าเผาไฟท่อนใหญ่ที่ทีมงานเสาะหามาจากหลายพื้นที่ ใช้เทคนิคการเผาไฟให้เกิดสัมผัสและโทนสีพิเศษ เสนอขายในจำนวนจำกัดตามปริมาณวัสดุที่หาได้ หรือล่าสุดกับ ม้านั่ง Salmon ที่ออกแบบโดย o-d-a (จุฑามาส บูรณะเจตน์ และ ปิติ อัมระรงค์) และเก็บรายละเอียดเนี้ยบๆ ให้โดยแบรนด์ Moonler ม้านั่งนี้เป็นงานที่ทำจากไม้ซุงจามจุรีทั้งท่อน เข้ารอบสุดท้ายในเวทีประกวด IFDA ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2014 แต่เพิ่งได้ฤกษ์ผลิตจริงในปี 2020 จุดเด่นคือเป็นงานไม้ที่ไม่มีตัวไหนเหมือนกัน เพราะเกิดจากซุงที่คัดมาคนละท่อน เป็นต้น

“ทุกครั้งที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่วางขาย PDM จะให้ความสำคัญกับการเขียนคอนเทนต์เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม เป็นของระดับพรีเมี่ยมในจำนวนจำกัด ที่เราคัดมาเพื่อแฟนคลับของ PDM โดยเฉพาะ ส่งผลให้ลูกค้าขาประจำรับรู้ถึงความ privilege ที่ไม่สามารถหาได้จากตลาดเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์ที่อื่น”

ทีม PDM ใช้ช่องทางสื่อสารออนไลน์ของตนพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมาย และใช้ SEO (Search Engine Optimization) ในการบริหารจัดการเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกในการค้นหา และที่น่าติดตามมาก คือการฉีกแนวคิดการทำ VM ตามห้าง มาสู่การทำวินโดว์ดิสเพลย์ในสภาพแวดล้อมของชุมชนเก่า “เราจะทำดิสเพลย์ในพื้นที่ 3X3 เมตรแถวสามย่านเป็นที่แรก โดยมีคุณป้าที่ผัดข้าวขายมา 35 ปีเป็นเพื่อนบ้าน และนี่จะเป็นดิสเพลย์ที่ไม่มีคนเฝ้านะ ไม่มีคนขายด้วย แต่มีแค่ข้อมูลให้คนตามไปหาเราต่อในโลกออนไลน์” คุณดิวกล่าว

กว่าจะมาถึงจุดนี้ PDM ทำงานหนักมาก ทั้งในเรื่องการพัฒนาสินค้า การพัฒนาคอนเทนต์ การพัฒนาฐานการตลาด ที่สำคัญกลยุทธ์การใช้ดาต้าหลังบ้านที่เป็นตัวเลขทำให้พวกเขามองเห็นโอกาส ปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ และกลยุทธ์การขายได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยทีมงานในบริษัทเอง ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสร้างสรรค์กับเพื่อนดีไซเนอร์ รวมไปถึงการเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ของตนให้เป็นตลาดเฟอร์นิเจอร์แบบลิมิเต็ดอิดิชั่น

More to explore

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เปิดตัวทีมบริหารใหม่ มุ่งขับเคลื่อนโรงแรมไปข้างหน้าด้วยแนวคิด Revival of The Original

จับคู่ผู้บริหารชั่วโมงบินสูง 30 ปี กับผู้จัดการหนุ่มที่รู้จริงเรื่องตลาดคนรุ่นใหม่ ผนึกกำลังสื่อเอกลักษณ์ความเป็น ‘มณเฑียร’ ถึงชาวไทยและชาวโลก

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles