fbpx

มาริโอ ตามาญโญ สถาปนิกอิตาเลียนผู้อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมระดับไอคอนหลายแห่งของไทย

นอกจากอาจารย์ศิลป์ พีระศรีแล้ว ยังมีชาวอิตาเลียนอีกหลายคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์ของไทย และหนึ่งในนั้นคือ Mario Tamagno นั่นเอง

หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ห้า เสด็จพระราชดำเนินกลับจากทวีปยุโรป ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ (ค.ศ. ๑๘๙๗) มีพระประสงค์ให้สร้างที่ประทับใหม่ เนื่องจากสภาพพระบรมมหาราชวังที่มีอายุกว่าร้อยปีเริ่มคับแคบ ผู้คนข้าราชสำนักและข้าราชบริพาร พำนักอาศัยร่วมกันอย่างแออัด มีการปลูกสร้างพระตำหนัก เรือน อาคารใหม่ เพิ่มขึ้นมากมาย สิ่งก่อสร้างที่อยู่รายรอบพระที่นั่งที่ประทับ จึงบังทิศทางลม ทำให้อากาศร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน จนมีผลต่อพระพลานามัยในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบกับในคราวเสด็จประพาสต่างประเทศได้เสด็จทอดพระเนตรพระราชวังและพระราชอุทยานของกษัตริย์ของประเทศต่างๆ เห็นฝีมือสถาปัตยกรรมในอิตาลีที่งดงาม รวมทั้งอาจเป็นทรงเห็นว่าอิตาลีนั้นไม่สนใจที่จะล่าอาณานิคมด้วยก็เป็นได้ เพราะในขณะนั้นไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากอังกฤษ ฝรั่งเศส และชาติล่าอาณานิคมอื่นอย่างหนัก

สยามจึงมีการทำสัญญาจ้างชาวต่างประเทศเข้ามาทำการออกแบบและก่อสร้าง เพื่อให้สยามมีความเจริญก้าวหน้าทันสมัยเทียมอารยประเทศ ทั้งสถาปนิก วิศวกร ประติมากร จิตรกร มัณฑนากร เข้ามาทำงานในราชสำนัก นับเป็นครั้งแรกที่ทางการสยามจ้างช่างที่มาจากชาติเดียวกันเกือบทั้งหมด

Mario

มาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno)
สถาปนิกชาวอิตาเลียน

มาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาเลียน เดินทางมารับราชการในกรมโยธาธิการ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๓ (ค.ศ. ๑๙๐๐) พร้อมกับช่างอิตาเลียนที่ชำนาญด้านต่าง ๆ กันอีกสามสี่คน  เขาเป็นหนึ่งในชาวตะวันตกจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวอิตาเลียนที่ทำงานเป็นสถาปนิกและวิศวกรโยธาในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์ โดยมีสัญญาว่าจ้างเป็นเวลา ๒๕ ปี

ananta-building-01
ananta-building

พระที่นั่งอนันตสมาคม สถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์ และนีโอคลาสสิก

มาริโอ ตามาญโญ เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ปีพุทธศักราช ๒๔๒๐ (ค.ศ. ๑๘๗๗) ที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี เข้าเรียนสถาปัตยกรรมจากสถาบันศิลปะอัลแบร์ตีนา (Albertina Academy of Fine Arts) หลังสำเร็จการศึกษาก็ได้สอนวิชาด้านทัศนีภาพวิทยาที่อัลแบร์ตีนา ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๘ (ค.ศ. ๑๘๙๕) ก่อนที่เขาเดินทางไปที่สยามในปีพุทธศักราช ๒๔๔๓ (ค.ศ. ๑๙๐๐) ตามคำแนะนำจากสถาปนิกอิตาเลียนที่เคยทำงานให้รัฐบาลสยามมาก่อนและหมดสัญญา ซึ่งช่วงนั้นรัฐบาลสยามที่กำลังมองหาสถาปนิกและช่างสาขาอื่นๆ ที่เป็นอิตาเลียนเพื่อไปทำงานโครงการก่อสร้างในกรุงเทพฯ

thaikhufha-building

บ้านนรสิงห์ ออกแบบร่วมกับ อันนิบาล ริกอตติ (Annibale Rigotti) สถาปัตยกรรมนีโอกอทิกแบบเวนิส
ภาพ : หนังสือทำเนียบรัฐบาล โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

nelson-hayes

ห้องสมุดเนลสันเฮย์ สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก

ช่วงนั้น สถาปัตยกรรมแบบอิตาลี (Italianate architecture หรือ Italianate style of architecture) เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ของยุคสถาปัตยกรรมที่เรียกว่ายุคฟื้นฟูสถาปัตยกรรมคลาสสิก (Neoclassical architecture) ยังมีอิทธิพลอยู่ เนื่องจากสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (Modern architecture หรือ Modernist architecture) ได้เริ่มสร้างกันอย่างจริงจัง และนิยมกันแพร่หลายหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นเวลาประมาณ ๓๐ ปี (ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐) ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งก่อสร้างแบบสถาบันและธุรกิจ

Previous
Next

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า มาริโอ ตามาญโญ ผู้นี้คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมระดับไอคอนมากมายของเมืองไทย ยกตัวอย่างเช่นพระที่นั่งอัมพรสถาน สะพานมัฆวานรังสรรค์ พระที่นั่งอนันตสมาคม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บ้านนรสิงห์ (ทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน) มิวเซียมสยาม ห้องสมุดเนลสันเฮย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ไปจนถึงเป็นผู้ออกแบบการปรับโฉมสถานีรถไฟหัวลำโพงด้วย 

หลังจากสัญญาว่าจ้างที่ทำไว้กับราชสำนักสยามจบลง ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๘ (ค.ศ. ๑๙๒๕) เขายังคงควบคุมการก่อสร้างบ้านนรสิงห์ ต่ออีกระยะหนึ่ง แล้วจึงเดินทางกลับไปยังอิตาลี แต่เมื่อกลับถึงอิตาลีในขณะนั้น อยู่ในระยะเริ่มต้นของ ระบอบฟาสซิสต์ มีการออกกฎหมายใหม่ให้สถาปนิกต้องเข้าเป็นสมาชิกในองค์กรสถาปนิก ตามาญโญจึงรวบรวมเอกสาร ภาพถ่าย แบบแปลน เพื่อจัดทำรายการผลงาน ยื่นแสดงต่อองค์กรสถาปนิก และยังคงประกอบอาชีพสถาปนิก ซึ่งขณะนั้นเขาเพียงคนเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคฟาสซิสต์ จนกระทั้งตามาญโญถึงแก่กรรม ในเดือนมกราคม ปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ (ค.ศ. ๑๙๔๑) ด้วยโรคมะเร็ง ในวัย ๖๔ ปี

สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม New Life for Kiti Panit, a Chiang Mai Legacy และ พิพิธภัณฑ์บ้านปาร์คนายเลิศ เพิ่มเติมได้จาก kooper.co

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

Virgil Abloh ผู้ทำลายกำแพงงานสร้างสรรค์ กับโปรเจ็คต์ NFT ในวาระสุดท้ายของชีวิต

ข่าวการจากไปของ Virgil Abloh ในวัย 41 ด้วยโรคมะเร็ง นับว่าเป็นความสูญเสียอันใหญ่หลวง Virgil Abloh เป็น ศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก คนทำดนตรี ผู้ประกอบการ ผู้ที่อัดฉีดพลังครีเอทีฟใหม่ๆ สร้าง ให้กับโลกยุคใหม่ที่กำลังตีบตันความคิดสร้างสรรค์ Abloh เป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White แบรนด์สตรีทแฟชั่นที่มีสาวกคลั่งไคล้ทั่วโลก