จาก Patch Adams สู่ IT และ Joker เมื่อไหร่กันที่ตัวตลกกลายเป็นเรื่องน่ากลัว

เมื่อตัวร้ายในตำนานอย่าง Joker กำลังจะหวนคืนจออีกครั้ง มาดูกันว่าคราวนี้ โลกเราจะระส่ำระสายแค่ไหน
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Joaquin-Phoenix-as-the-Joker-in-Joker-the-joker-42974700-1920-1280

จำได้ไหม ว่าความกลัวในวัยเด็กของคุณคืออะไร?

เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบของหลายๆ คนที่คุ้นเคยกับงานปาร์ตี้วันเกิดต้องเป็น “ตัวตลก” แน่ๆ ซึ่งเราเองก็เคยสงสัยมาตลอดว่าอะไรนะที่นำพาตัวตลกมาอยู่กับเด็กๆ ได้ เพราะบ่อยครั้งไปที่เรามักเห็นเด็กร้องไห้จ้าเมื่อตัวตลกเฉียดเข้ามาใกล้ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ตัวโตๆ เองยังรู้สึกขยาดเลยด้วยซ้ำ… และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกแบบนั้น ขอให้สบายใจได้ ว่าคุณไม่ได้รู้สึกไปคนเดียว เพราะนักจิตวิทยาได้จัดให้การหวาดกลัวตัวตลกหรือโจ๊คเกอร์ถือเป็นโฟเบียชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

Clown Therapy เพราะตัวตลกคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเด็กและคนไข้

ในสหรัฐฯ ตัวตลกเริ่มเข้ามามีบทบาทด้านการรักษาในโรงพยาบาลในช่วงยุคทศวรรษที่ 1970s เมื่อคุณหมอที่ชื่อว่าฮันเตอร์ โดเฮอร์ที “แพทช์” อดัมส์ (Hunter Doherty “Patch” Adams) ได้ริเริ่มแนวคิดด้านการบำบัดเยียวยาด้วยตัวตลก (clown care หรือ hospital clowning) กับคนไข้ของเขา โดยตัวเขาเองนั่นแหละที่ได้กลายเป็นตัวตลกประจำโรงพยาบาล (hospital clown) คนแรก โดยตัวตลกประจำโรงพยาบาลจะมีหน้าที่ในการใช้เทคนิคต่างๆ อย่างมายากล ร้องเพลง ไปจนถึงเล่านิทานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนไข้เด็ก ให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและลืมๆ ความรู้สึกแย่ๆ อย่างความกลัว ความกังวล และความเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่โรงพยาบาลไป และเสียงหัวเราะและความสุขที่ได้ยังทำให้ร่างกายหลั่งเอ็นดอร์ฟิน ฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติด้วย แนวทางของคุณหมออดัมส์ดูจะเวิร์กจนต่อมาได้มีการก่อตั้งโปรแกรม Clown Doctor ขึ้นเป็นทางการ และกลายเป็นแนวทางที่ใช้ในโรงพยาบาลในหลายๆประเทศทั่วโลก ซึ่งแนวทางของคุณหมออดัมส์กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากภาพยนตร์เรื่อง Patch Adams ที่นำเสนอโดยโรบิน วิลเลียมส์นั่นเอง

แต่แม้จะทำให้ดูเป็นมิตรแค่ไหน แต่นักจิตวิทยาก็ชี้ว่าความรู้สึกกลัวตัวตลกอย่างไม่มีเหตุผลหรือ Coulrophobia ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตมนุษย์เรา ซึ่งในทางจิตวิทยานั้น ตัวตลกอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของความไม่แน่นอนด้วยประการทั้งปวง ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้น ใครจะรู้ว่าตัวตลกคิดหรือรู้สึกยังไง? แถมเป็นใครก็ไม่รู้ และความไม่แน่นอนนี่แหละคือสิ่งที่มนุษย์เกลียดสุดๆ นอกจากนี้ เมกอัพและการแต่งกายที่ดูเกินจริงทั้งหลายยังทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอีก ซึ่งความไม่คุ้นเคยก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ชอบเหมือนกัน

ตัวตลก ต้นเหตุความหวาดกลัว

แล้วความรู้สึกหวาดกลัวตัวตลกของมนุษย์ก็ถูกเน้นย้ำให้แจ่มชัดขึ้นอีกจากตัวละคร Pennywise ในนิยายเรื่อง It ของสตีเฟน คิง ที่เปิดตัวในปีค.ศ. 1986 ซึ่งต่อมา คิงก็มาเฉลยในสัมภาษณ์หนึ่งว่าเขาได้ไอเดียเรื่องตัวตลกนี้จากการถามตัวเองว่าอะไรกันที่เด็กๆ กลัวที่สุด และสัญชาตญาณของเขาก็ตอบว่าตัวตลก และถ้าถามว่านิยายของสตีเฟน คิงประสบความสำเร็จแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าสำเร็จมากจนทำให้เกิดอุปทานหมู่ (mass hysteria) ที่เรียกว่า The Phantom Clown Theory ที่อยู่ดีๆ เด็กๆ (หรือผู้ใหญ่) ก็เกิดเห็นตัวตลกผลุบโผล่อยู่ตามที่ต่างๆ และทำพฤติกรรมน่าสงสัยไปทั่ว แบบถือมีดบ้าง.. ยื่นขนมให้เด็กและพยายามล่อลวงเข้าป่าบ้าง อะไรไม่รู้เต็มไปหมด

และความกลัวเหล่านี้ก็มาถูกตอกย้ำอีกเมื่อนักแสดง ฮีธ เลดเจอร์ เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดหลังจากรับบท Joker ในหนัง The Dark Knight ในปีค.ศ. 2008 (ทั้งๆที่จริงๆแล้ว บท Joker เปิดตัวในเรื่อง Batman ตั้งแต่ปีค.ศ. 1940 แล้ว) ว่ากันว่าเขาอินกับบทโจ๊คเกอร์มาก และพยายามเข้าถึงตัวตนของตัวร้ายตัวนี้ด้วยการขังตัวเองไว้ในห้องพักของโรงแรมถึง 6 สัปดาห์ นักแสดงด้วยกันเองอย่างแม็กกี้ จิลเลนฮาลและไมเคิล เคนยังถึงกับช็อค ไม่กล้าสบตาและลืมบทตัวเองไปเลยเมื่อได้เห็นฮีธในบทของโจ๊คเกอร์เป็นครั้งแรก

ความหวาดกลัวที่สากลนี้จะกลายเป็นช่องในการฉกฉวยโอกาสสำหรับหลายๆคนเหมือนกัน อย่างเช่น จอห์น เวยน์ เกซี่ (John Wayne Gacy) ฆาตกรต่อเนื่องที่แต่งตัวเป็นตัวตลก Pogo the Clown ที่ถึงขนาดแต่งตัวเป็นตัวตลกตอนลักพาตัว ทรมานและฆ่าเหยื่อทั้ง 33 คนของเขา และไม่กี่ปีมานี้ โซเชียลมีเดียก็ทำให้ความกลัวตัวตลกพีคขึ้นมาอีก ตั้งแต่ปีค.ศ. 2013 ที่มีคนเห็นตัวตลกถือลูกโป่งผลุบโผล่ตามที่ต่างๆ ในนอร์ธแฮมตันในอังกฤษ ซึ่งท้ายสุดแล้วดันกลายเป็นไวรัลของนักสร้างหนังท้องถิ่น แต่ต่อมาก็มีคนเห็นตัวตลกมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในปีค.ศ. 2016 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่พีคที่สุด ที่มีรายงานการพบเห็นและโดนโจมตีโดยตัวตลกทั่วสหรัฐฯ บางส่วนของแคนาดา รวมถึงในอีก 18 ประเทศทั่วโลก จนกระทั่งประธานของสมาคมตัวตลกโลก (World Clown Association) ถึงกับต้องออกมาประกาศเลยว่าการแต่งตัวเป็นตัวตลกมาแกล้งหลอกชาวบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องตลก เพราะการทำแบบนี้ส่งผลเสียต่อคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคณะละครสัตว์ และโรงเรียนบางแห่งในสหรัฐฯ ถึงกับตั้งกฎแบนคอสตูมและหน้ากากตัวตลกไปเลย

และจะคาดเดาไม่ได้เหมือนกันว่าการที่ตัวตลกชื่อกระฉ่อนอย่าง Joker จะกลับมาอีกครั้ง ผ่านการแสดงของโจควิน ฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) จะทำให้เกิดอาการหวาดกลัวตัวตลกเพิ่มอีกหรือเปล่า แต่ดูจากทรงแล้ว แม้จะน่ากลัว การปูพื้นหลังให้เห็นที่มาที่ไปของตัวละครก็เหมือนจะทำให้ Joker เวอร์ชั่นนี้ดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นอีกเยอะ ส่วนผลจะเป็นยังไงนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

More to explore

นาโอมิ ไดมารู กับศิลปะอิเคบานะในยุคใหม่และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ

สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว อิเคบานะ ไม่ใช่ดอกไม้ที่จัดเพื่อตกแต่ง แต่คือศิลปะชั้นสูงที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและจินตนาการ

ทริปเที่ยวถ่ายรูปที่​ Chandigarh อาณาจักรโมเดิร์นนิสต์ของ Le Corbusier ในอินเดีย

ถ้าคุณชอบสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นนิสต์และแฟนคลับของ Le Corbusier นี่คือเมืองจาริกแสวงบุญที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง