ศิลปิน Jirayu Koo กับการทำงานกับแบรนด์ระดับอินเตอร์ โดยล่าสุดเธอบุกถึงจีนแล้ว!

ศิลปินและอิลลัสเตรเตอร์ Jirayu Koo กับประสบการณ์ China First Time
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
JirayuKooxIFS1

คนที่สนใจวงการศิลปะไทยย่อมต้องรู้จักกับจิรายุ คูอมรพัฒนะ หรือ ‘จิรายุ คู’ (Jirayu Koo) ศิลปินและนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานโดดเด่นจากการใช้สีสันสดใส รวมถึงเส้นสายและรูปทรงเรียบง่ายซึ่งมาจากพื้นฐานของเธอที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน ทำให้งานของเธอไปสะดุดตาแบรนด์ระดับนานาชาติมากมาย ตั้งแต่สิ่งพิมพ์อย่าง The New York Times, The Guardian, Wallpaper* ไปจนถึงแบรนด์สินค้าอย่าง Moleskine, Beams Tokyo, Uniqlo ไปจนถึง Apple Music และล่าสุดนี้ เธอก็ได้มีโอกาสไปทำโปรเจ็กต์ที่จีนเป็นครั้งแรก ซึ่งเราก็แอบไปสอบถามเพื่อนำประสบการณ์ของเธอมาแบ่งปันให้ผู้อ่านของเรากัน เผื่อว่าศิลปินคนไหนอยากจะไปเปิดตลาดจีนดูบ้าง

ทราบมาว่าจริงๆแล้ว โปรเจ็กต์นี้มีความเชื่อมโยงกับงานที่ทำกับ Apple Music ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ
“งั้นอาจจะต้องเริ่มจากงานที่ทำกับ Apple Music ก่อน เป็นการทำ visual ให้กับการเปิดตัวซิงเกิลของศิลปินต่างๆ ค่ะ ซึ่งทาง Apple Music จะส่งซิงเกิ้ลที่กำลังจะออกมาให้เราฟังล่วงหน้า เพื่อให้เราออกแบบ ซึ่งส่วนมากเราก็จะจับเอาไอเดียหลักๆ หรือไม่ก็มู้ดและโทนของเพลงมาทำงาน มากกว่าที่จะทำภาพเพื่อบรรยายเนื้อเพลง ตัวงานเลยจะยังคงมีพื้นที่ให้คนดูได้มีส่วนร่วม จินตนาการต่อไปอีกได้เราคิดว่าเพราะสเปซที่ว่านี่ล่ะ รวมถึงสีและรูปทรงที่ชัดเจนในงานของเรา พอจบโปรเจ็กต์ทางสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์เลยขอซื้อปริ้นต์ และให้เราช่วยเลือกกรอบใส่เพื่อไปติดทั้งในห้องประชุม รวมไปถึงพนักงานระดับสูงหลายคนจากหลายประเทศก็ขอซื้อไปติดตามบ้านพวกเค้าด้วยเช่นกัน และในปีถัดมาเมื่อสำนักงานใหญ่ของ Apple Music จากเซี่ยงไฮ้มาประชุมที่สิงคโปร์แล้วเห็นงานเราแขวนอยู่ เลยขอคอนแท็คเราเพื่อติดต่อขอซื้องานชุดนี้ไปติดที่เซี่ยงไฮ้อีก นี่เลยรอดูว่าจะมีประเทศไหนบินไปประชุมที่สิงคโปร์หรือเซี่ยงไฮ้อีกมั้ย (หัวเราะ)”

“ส่วนโปรเจ็กต์ Silkaholic ที่ฉงชิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการติดต่อจาก Sagehoue Creative & Intergrated Marketing Agency ที่เบสอยู่ที่ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ได้คอนแท็คมาจากลูกค้าที่เคยร่วมงานกันอย่าง Apple Music อีกที ทางเอเจนซี่เลยมาตามผลงานเราทางอินสตาแกรม และเมื่อเขามีโอกาสมาเมืองไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เลยได้นัดเจอและคุยกันถึงความเป็นไปได้ที่จะทำงานร่วมกัน จนมาได้ทำงานนี้ก็ถือว่าเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว เพราะหลังจากเจอกันครั้งแรก งานนี้ก็เกิดขึ้นตามมาติดๆ เลยค่ะ ระยะเวลาการทำงานนี้ถ้าไม่นับช่วงเวลาที่ติดวันหยุดยาวของทางจีนที่ต้องรอฟีดแบ็คลูกค้า ก็ประมาณไม่เกิน 2 อาทิตย์จบทุกอย่าง ที่เหลือก็เป็นช่วงเวลาที่ทางนั้นเค้าทำโปรดักชั่นส่วนต่างๆ สำหรับงานเปิดตัว”

อยากให้เล่าให้ฟังถึงโปรเจ็กต์นี้หน่อยค่ะ
“โปรเจ็กต์ Silkaholic เป็นการทำงานร่วมกันของเรากับทางห้างสรรพสินค้า IFS เป็นห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรี่ที่เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน เขาอยากทำแคมเปญโปรโมทวันแม่สากล และวันแห่งความรักของจีนที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเดียวกัน โดยใช้ผ้าพันคอที่เราออกแบบเป็นตัวกลางส่งผ่านความรักให้กับแม่ คนรัก หรือแม้ให้กับตัวเองค่ะ โดยนอกจากทางห้างจะจัดอีเว้นต์+ปาร์ตี้เพื่อเป็นการเปิดงาน Silkaholic แล้ว ทางห้างยังขอจัดแสดงงานอื่นๆ ของเราด้วย เพราะชอบมาก งานนี้เลยถือว่าเป็นการทั้งได้ทำงานครั้งแรกที่เมืองจีน และได้เปิดตัวผลงานที่ผ่านมาของตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย”

ลูกค้าในจีนมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการเสพหรือซื้องานดีไซน์อย่างไร 
“จริงๆ อาจจะยังตอบได้ไม่ชัดมาก เพราะงานนี้เราไม่ได้เจอกับลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคโดยตรง แต่เป็นการทำงานให้กับลูกค้าที่เป็นบริษัทมีบรีฟที่ชัดเจน แต่เท่าที่สังเกตและได้คุยกับเพื่อนคนจีนบางคน รู้เลยว่าคนจีนมีกำลังซื้อสูง แต่ยังเป็นการซื้อหรือเสพอะไรตามๆ กันซะส่วนใหญ่ ซึ่งในแต่ละเมืองก็จะมีพฤติกรรมการบริโภค การเสพงานดีไซน์ค่อนข้างต่างกันค่ะ”

เห็นบอกว่ามีแฟนคลับไปเจอด้วย
“เซอร์ไพรส์มากค่ะ เพราะทางทีมงานของห้างบอกก่อนงานเริ่มว่าจะมีแฟนคลับมาขอพบในวันงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก เพราะอย่างที่รู้กันว่าที่จีนเว็ปไซต์ หรือโซเชียลต่างๆที่เราใช้กันถูกบล็อคการเข้าถึง เราเลยเซอร์ไพรส์มากที่งานของตัวเองมีแฟนคลับชาวจีนด้วย และไม่ใช่แค่นั้น เค้ายังตั้งใจมาเจอ เอาของที่ทำเองมาให้ด้วย”

“จริงๆ เลยเริ่มรู้สึกว่าในอนาคตคนจีนรุ่นใหม่น่าจะหาทางเสพงานศิลปะกันมากขึ้น ไม่ว่าเขาจะถูกกีดกั้นอย่างไรก็ตาม และเมื่อเค้าได้เห็นมากขึ้น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เข้าใจและเจอสิ่งที่ตัวเองชอบจากการดูเยอะๆ พฤติกรรมการบริโภคงานดีไซน์ของพวกเค้าน่าจะมีแนวโน้มที่ส่งผลอะไรบางอย่างไปยังวงการดีไซน์และศิลปะทั่วโลกได้เลยทีเดียว”

ท้ายสุดนี้ อยากให้ช่วยอัพเดทผลงานช่วงนี้หน่อยนะคะ  
“ช่วงนี้ก็กำลังจะมีงานเพ้นต์กำแพงที่ boutique hotel รวมถึงติดตั้งรูปผลงานที่ออกแบบให้กับทางโรงแรมสำหรับ 40 ห้อง ก็กำลังเตรียมตัวอยู่ค่ะ และก็มีงานออกแบบแพ็คเกจจิ้งให้กับแบรนด์ช็อคโกแลตไทย งานที่กำลังทำร่วมกับแบรนด์แฟชั่น นอกจากนั้นช่วงปลายปีก็จะมีโปรเจ็กต์ที่เข้าไป take over space เพื่อทำเป็น artist apartment อีกด้วยค่ะ”

“นอกจากงานที่เกี่ยวกับศิลปะแล้ว ส่วนตัวก็ยังทำเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม WeAreKinKin ที่แชร์เรื่องอาหาร ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ร่วมกับสามีด้วย ก็จะเป็นมุมมองความคิดเห็นในแบบของพวกเราเองที่อยากร่วมแชร์กับคนที่สนใจการใช้ชีวิตสไตล์ใกล้ๆ กัน ส่วนนี้เองก็มีความสนุกและมีเรื่องราว รวมไปถึงโปรเจ็กต์ต่างๆ ให้ทำอยู่เสมอๆ เช่นกันค่ะ”

ติดตามผลงานของจิรายุ คู ได้ที่ Facebook และ Behance

More to explore

The more casual side to MOO Asava

Making a switch from glamorous red carpets, Polpat Asavaprapha, one of Bangkok’s most prolific fashion designers has come up with a line for men to chill out in