fbpx

Bangkok City of Design ในทรรศนะของผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

อาจารย์ อภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล คุยกับเราในโอกาสที่กรุงเทพฯ ได้รับเลือกเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของ UNESCO Creative Cities Network

KP: กรุงเทพ…เมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโก? เราได้รับสมาชิกภาพนี้มาได้อย่างไร

“เพราะกรุงเทพมหานครเป็นผู้สมัครไปครับ โดยมี CEA เป็นทีมงานสนับสนุนด้านข้อมูลให้ ผมเชื่อว่าทุกคนคงพอรู้กันอยู่แล้วว่ายูเนสโกเป็นองค์กรที่ทำงานส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ แต่ที่คุณอาจไม่รู้คือหนึ่งโครงการที่เขาเริ่มทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 คือการสร้างเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์หรือ UNESCO Creative Cities Network  โดยเขาแบ่งออกเป็น 7 สาขา คือเมืองสร้างสรรค์ด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ด้านการออกแบบ ด้านภาพยนตร์ ด้านอาหาร ด้านวรรณกรรม ด้านสื่อศิลปะ และด้านดนตรี 

สำหรับในปี 2562 กรุงเทพเราได้รับเลือกเป็นสมาชิกใหม่ในสาขาการออกแบบ พร้อมกันกับที่สุโขทัยได้รับเลือกในสาขาศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ปีนี้ประเทศเราส่งสมัครไป 2 เมืองครับ ก็น่ายินดีว่าได้รับคัดเลือกทั้งคู่”

KP: ประโยชน์ที่คนกรุงฯ จะได้รับจากสมาชิกภาพนี้คืออะไรบ้าง

“ปัจจุบันเมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโกมีอยู่ 40 เมืองทั่วโลกเอง ส่วนปีนี้ได้รับเลือกเข้าไปอีก 9 เมือง กรุงเทพคือหนึ่งในนั้น ผมมองว่าตัวเมืองและคนกรุง 16 ล้านคนจะได้ผลดีจากเครือข่ายนี้ในหลายมิติ อันดับหนึ่งคือเรามั่นใจได้ว่าหน่วยงานระดับนานาชาติจะให้การยอมรับในศักยภาพด้านการสร้างสรรค์ของกรุงเทพมากขึ้น ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือด้านโยบายในอนาคต สองคือคนกรุงเองจะได้รับรู้ และภูมิใจว่าเมืองที่เราอยู่อาศัยนี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปในด้านการออกแบบสร้างสรรค์ระดับสากล สามคือกรุงเทพจะกลายเป็นเดสทิเนชั่นด้านการท่องเที่ยวในเชิงสร้างสรรค์ของโลก และสี่คือกรอบการให้สมาชิกภาพของยูเนสโกนี้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรต่างๆ ที่ปัจจุบันล้วนมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการออกแบบ เกี่ยวกับธุรกิจสร้างสรรค์ หรือเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองพัฒนาชุมชนกันอยู่แล้ว เราจะได้มองเห็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน เพราะยูเนสโกเขาจะต้องตรวจสอบศักยภาพของเราทุก 4 ปีที่จะคงตราสัญลักษณ์นี้ไว้

“มันไม่ใช่แค่การสร้างภาพลักษณ์ของเมืองอย่างเดียวแน่ๆ ครับ แต่มันจะผลักดันให้หน่วยงานที่มีโครงการในมืออยู่แล้วทำงานเหล่านั้นได้เต็มประสิทธิภาพ เดินเรื่องกันได้เร็วขึ้น มีหลายฝ่ายมาช่วยกันเติมเต็ม”  

และผมมั่นใจว่าระหว่างหน่วยงานก็จะมีการวางโครงการระยะยาวร่วมกันมากขึ้น เพื่อให้คนในกรุงเทพได้รับประโยชน์สูงสุดในอนาคต ยกตัวอย่างโครงการหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้คือพระปกเกล้าสกายปาร์ค หรือสะพานด้วนเดิม ที่ถูกทิ้งร้างมานาน ต้นปีหน้านี้คงจะได้เริ่มก่อสร้างใหม่เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างกรุงเทพและฝั่งธน สกายปาร์คนี้จะเป็นพื้นที่ข้ามแม่น้ำสำหรับคนและจักรยานนะ ไม่ใช่ของรถยนต์เหมือนสะพานอื่นๆ มันจะเป็นพื้นที่สาธารณะอีกรูปแบบที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ของคน มีต้นไม้ให้ความร่มรื่นตลอดทางให้เราไปใช้พักผ่อนหย่อนใจได้”

KP: นอกจากโครงการที่จะช่วยประสานความร่วมมือแล้ว มีโครงการไหนบ้างที่ CEA เป็นเจ้าภาพเอง

“ก็มี Bangkok Design Week ที่ในปีนี้น่าจะคึกคักขึ้นกว่าเดิมด้วย เชื่อว่าจะมีกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจเข้าชมงานมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆ มาแน่นอน จะว่าไปการเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกนี้ก็ทำให้ CEA เรามีกำลังใจมากขึ้นนะครับ เช่นสำหรับงาน Bangkok Design Week ปี 2020 นี้ผมว่าตัวเลขประมาณการผู้เข้าชมก็น่าจะมากกว่า 400,000 คนล่ะ

ที่ผมอยากเปิดประเด็นอีกเรื่องคือเรามีแผนที่จะจัด Creative Economy Forum เป็นเวทีสาธารณะระดับนานาชาติครับ ส่วนหนึ่งก็อยากชวนคนมาพูดคุยกันเรื่องเมืองแห่งการออกแบบด้วย คือผมอยากเห็นคนที่จะลงสมัครเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครครั้งหน้ามาพูดเรื่องเหล่านี้กัน เราจะได้พอมองเห็นทิศทางการเติบโตของเมืองต่อไปในอนาคต เพราะยังไงก็ตาม สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมันก็บีบบังคับอยู่แล้วล่ะว่าเราต้องใช้การออกแบบสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาเมือง มาปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนเมือง ฯลฯ

“เราต้องยอมรับความจริงว่ากรุงเทพไม่ได้มีแต่สิ่งดีๆ เรายังมีปัญหาและความท้าทายอีกเยอะที่ต้องเผชิญหน้า”

สุดท้ายทุกหน่วยงานก็ต้องมาช่วยกันทำนะ ผมฝากความหวังไว้กับผู้ว่ากรุงเทพมหานครคนต่อไปจริงๆ บอกตรงนี้เลยว่า CEA เรายินดีที่จะร่วมมือกับท่านเสมอ เพื่อกรุงเทพจะได้เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิมในวันพรุ่งนี้ครับ” (ยิ้ม)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Unesco Creative Cities Network

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

Virgil Abloh ผู้ทำลายกำแพงงานสร้างสรรค์ กับโปรเจ็คต์ NFT ในวาระสุดท้ายของชีวิต

ข่าวการจากไปของ Virgil Abloh ในวัย 41 ด้วยโรคมะเร็ง นับว่าเป็นความสูญเสียอันใหญ่หลวง Virgil Abloh เป็น ศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก คนทำดนตรี ผู้ประกอบการ ผู้ที่อัดฉีดพลังครีเอทีฟใหม่ๆ สร้าง ให้กับโลกยุคใหม่ที่กำลังตีบตันความคิดสร้างสรรค์ Abloh เป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White แบรนด์สตรีทแฟชั่นที่มีสาวกคลั่งไคล้ทั่วโลก