Azuma Makoto ชายผู้ฝันจะเป็นนักดนตรีร็อก แต่กลับกลายเป็นศิลปินผู้ส่งช่อดอกไม้ออกไปในอวกาศ

ศิลปินญี่ปุ่นผู้อยากเผยความงามของดอกไม้และธรรมชาติให้โลกได้รับรู้
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
azuma-makoto

แม้จะจำไม่ได้ว่าได้เห็นงานของศิลปินญี่ปุ่น อาซุมะ มาโกโตะ ครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่ผลงานแรกที่จำได้ติดตาน่าจะเป็นงานที่เขาประดับรันเวย์ของแบรนด์แฟชั่น Dries Van Noten ด้วยประติมากรรมดอกไม้ที่อยู่ในก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ เรียงรายเป็นฉากให้กับนางแบบบนรันเวย์ในปีค.ศ. 2016

ในวันนี้ที่อาซุมะ มาโกโตะ คือเป็นศิลปินดอกไม้ระดับโลก แต่ใครจะคาดคิดว่าเส้นทางสู่การเป็นนักจัดดอกไม้นั้นจะเริ่มต้นจากความฝันวัยเด็กในการเป็นนักดนตรีร็อก ความฝันนี้เองที่ทำให้เขาเดินทางออกจากบ้านในฟุกุโอกะมาโตเกียว ซึ่งทำให้เขามารับจ๊อบขายดอกไม้ที่ตลาดโอตะ ตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว และที่นั่นเองที่เขาได้ค้นพบกับความหลงใหลอีกอย่างที่เขาไม่รู้เลยว่ามีอยู่ในตัวเขา นั่นคือการเป็นนักจัดดอกไม้ แต่แม้กระนั้น เขาก็เคยให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าพอมามองอีกที ดนตรีกับดอกไม้ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่เช่นกัน ทั้งในเรื่องความอจีรังและเอกลักษณ์ ไม่มีดอกไม้ดอกไหนที่เหมือนกัน เช่นเดียวกับบทเพลงที่นักดนตรีไม่สามารถเล่นได้เหมือนกันทุกครั้ง มันขึ้นอยู่กับภาวะ อารมณ์ และสภาพแวดล้อม

ในปีค.ศ. 2002 เขาเปิดร้านดอกไม้ที่ชื่อว่า Jardin des Fleurs ในโตเกียวร่วมกับเพื่อนช่างภาพ ชิอิโนกิ ชุนซูเคโตะ (Shiinoki Shunsuketo) เพื่อที่จะได้ทำงานศิลปะเกี่ยวกับดอกไม้ได้เต็มที่ ก่อนที่จะก่อตั้ง AMKK (Azuma Makoto Kaju Kenkyusho) ซึ่งแปลได้ว่าสถาบันวิจัยพฤกษชาติของอาซุมะ มาโกโตะ เขามองที่นี่ว่าเป็นเหมือน “ห้องทดลอง” เพื่อค้นหา “ความงาม” รูปแบบต่างๆ ที่เกิดจากดอกไม้ และห้องทดลองแห่งนี้นี่เองที่นำไปสู่การทดสอบสมมติฐานทั่วโลก ตั้งแต่การปล่อยดอกไม้สู่ห้วงอวกาศในโปรเจ็กต์ Exobotanica การส่งช่อดอกไม้สู่ก้นบึ้งมหาสมุทรในโปรเจ็กต์ Bloom ไปจนถึงการจัดประติมากรรมดอกไม้กลางทุ่งน้ำแข็งในฮอกไกโดในโปรเจ็กต์ Frozen Flowers

“Flowers only live for 10 days  – if you compare that to human lifespan, a flower ages ten years in a day. So we only have a very short time to enjoy their beauty, and that’s why I want to capture that beauty.”

ตลอดเวลาที่ทำงาน อาซุมะและทีมงานของเขามักจะแต่งตัวในชุดสีขาว ดำ หรือเทาเสมอ เพราะสำหรับเขาแล้ว สีสันจากดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าหรือรอบตัวต่างหากที่ควรจะให้ความสำคัญ อาซุมะเรียกสไตล์การจัดดอกไม้ของเขาว่า “botanical sculpture” หรือประติมากรรมพฤกษา เขาและทีมงานได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อสร้างสรรค์ประติมากรรมแบบนี้ด้วยดอกไม้ท้องถิ่น ซึ่งวิธีนี้ทำให้เขาได้รู้จักกับพืชพรรณและดอกไม้ใหม่ๆ ตลอดเวลา 

“My mission is to bring out each plant’s hidden potential, beauty and make them even more attractive. Every day, I meet different new plants. As long as I am interacting with them, my passion will never fade away.”

แม้จะร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้วมากมาย (British Vogue, Dior, Hermes ฯลฯ) แต่งานคอลลาบอเรชั่นที่นิทรรศการ Sorayama Space Park by AMKK at Central Embassy ที่จัดขึ้นเพื่อฉลองครบ 5 ปีของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี (จัดแสดงถึงวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้) นับเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่างอาซุมะและศิลปินญี่ปุ่นระดับปรมาจารย์ ฮาจิเมะ โซรายามะ ซึ่งนอกจากจะมีงาน botanical sculpture ให้ได้ชมกันแล้ว คราวนี้อาซุมะยังได้สร้างสรรค์พื้นผิวดวงจันทร์จำลองและแลนด์สเคปให้เป็นฉากแก่ประติมากรรมไดโนเสาร์ของอาจารย์โซรายามะด้วย 

ติดตามผลงานของศิลปินได้ที่เว็บไซต์ azumamakoto.com

More to explore

7 นักจัดดอกไม้ไทยผู้รังสรรค์ศิลปะผ่านความงามแห่งสีสันและพันธุ์พืช

เพราะดอกไม้สื่อสารเรื่องราว สร้างอารมณ์ และแทนความรู้สึกได้ นักจัดดอกไม้จึงกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะผู้ส่งสารจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง