fbpx

5 หนังดีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำสตาร์ทอัพ

หนังเป็นความบันเทิงที่หลายครั้งสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ออกมาให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจได้ และนี่คือ 5 หนังดีที่ Kooper คัดมาแล้วว่าถ้าอยากลงมือทำธุรกิจ หรือเป็นสตาร์ทอัพควรดู!

ปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่มีความคิดอยากทำธุรกิจส่วนตัว เดินตามความฝัน ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ในความเป็นจริงการทำธุรกิจนอกจากเราต้องโฟกัสตัวเลขของผลกำไร การหาจุดคุ้มทุน หรือแม้กระทั่งการหาผู้สนใจลงทุนธุรกิจให้แบบสตาร์ทอัพ มันยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่หากไม่ได้ลงมือทำก็ไม่อาจรู้ได้เลย ประสบการณ์จากผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเป็นเหมือนบทเรียนที่ช่วยสอนให้ได้เรียนรู้ก่อนลงสนามจริง

หนังเป็นความบันเทิงที่หลายครั้งสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ออกมาให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจได้ และนี่คือ 5 หนังดีที่ Kooper คัดมาแล้วว่าถ้าอยากลงมือทำธุรกิจ หรือเป็นสตาร์ทอัพควรดู!

Joy (2015)

Joy (2015)
Joy (2015)

หนังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของการสู้ชีวิตของ Joy (Jennifer Lawrence) หญิงสาวลูกครึ่งอเมริกันอิตาเลียนที่อาศัยอยู่กับครอบครัวสุดวายป่วง มีพ่อตัวแสบอย่าง Rudy (Robert De Niro) ที่หย่าร้างกับแม่ของเธอ แล้วพาเมียใหม่เข้าบ้าน ส่วนตัวของเธอเองก็หย่าร้างกับสามีกลายเป็นซิงเกิ้ลมัมต้องดูแลลูกสาวที่น่ารักไปพร้อมๆ กับการเป็นเสาหลักของครอบครัว เธอเป็นหญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ใช้ต้นทุนความถนัดของตนต่อสู้ชีวิตและได้ออกแบบ ‘ไม้ม็อบมหัศจรรย์’ จนโด่งดังไปทั่วโลก สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับหนังเรื่องนี้คือการแสดงที่น่าสนใจของนักแสดงนำ การเล่าเรื่องที่มีความแยบยล และการต่อสู้ทางธุรกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งผลกำไร

The Intern (2015)

The Intern (2015)
The Intern (2015)

ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เรื่องราวว่าด้วยชีวิตและการทำงานของ Jules (Anne Hathaway) CEO บริษัทสตาร์ทอัพเกี่ยวกับ e – commerce แห่งหนึ่งที่กำลังรุ่งสุดๆ จนเธอแทบไม่มีเวลาใส่ใจพนักงานในบริษัท หรือแม้แต่ชีวิตส่วนตัวของตนเลย จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของหนังคือการเข้ามาของหนุ่มเหลือน้อย Ben (Robert De Niro) เด็กฝึกงานอาวุโส ผู้อยู่ในยุคของความเป็นอนาล็อกเต็มตัวแตกต่างกับความดิจิทัลจ๋าของบริษัทสุดขั้ว การปรับจูนทัศนคติระหว่างคน Gen Y และ BabyBloomer จึงเริ่มขึ้น ดูจบแล้วระวัง! Passion มาเต็มไม่รู้ตัว

Silicon Valley (2014)

Silicon Valley (2014)
Silicon Valley (2014)

ซีรี่ส์หนึ่งเดียวในลิสต์ของเรา เรื่องราวว่าด้วยกลุ่มคน Geek ที่ลบภาพเดิมๆ ของโปรแกรมเมอร์ในหัวของเราออกไปเสียหมด เพราะซีรี่ส์เรื่องนี้ได้นำอาชีพโปรแกรมเมอร์ที่ขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์มาตีแผ่พร้อมเล่าเรื่องอย่างสนุกสนาน ได้ทั้งสาระและความฮา โดยเรื่องราวภายในเรื่องนั้นจะมีประเด็นไปที่ชีวิตของ Richard Hendricks (Thomas Middleditch) ผู้คิดค้นแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับเพลง (Pied Piper คนเป่าปี่!) จนกลายเป็นที่ต้องการของ CEO 2 คน คนแรกให้เงินมหาศาล ผิดกับอีกคนที่ให้ราคาต่ำแต่ยกให้เขาเป็นเจ้าของบริษัท แน่นอนว่าสุดท้ายเขาเลือกอย่างหลัง ความสนุกและการเรียนรู้ด้านธุรกิจของเหล่าคนเนิร์ดจึงเริ่มขึ้น เหมาะมากกับคนที่ใฝ่ฝันอยากเริ่มเป็น Startups ตอนนี้ออกมาแล้ว 4 ซีซั่น

Steve Jobs (2015)

Steve Jobs (2015)
Steve Jobs (2015)

มาต่อกันที่หนังดีสำหรับสาวกแอปเปิ้ลบ้างดีกว่า (หลายคนคงคิดถึง Jobs มากทีเดียว) ว่ากันว่าเรื่องนี้สาวกให้คะแนนแบบ 10 เต็ม 10 แต่หนังไม่สามารถกอบโกยรายได้ได้อย่างที่คาดหวังไว้ ทั้งที่ได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Danny Boyle มาโชว์ฝีไม้ลายมือ ตัวเนื้อเรื่องจะเน้นไปที่การเล่าถึงเบื้องหลังก่อนที่ Jobs จะขึ้นเวทีเพื่อเปิดตัวสินค้าดังอย่าง Macintosh,NeXT และ iMac ที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักและกลายเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นมุมมองการเล่าเรื่องที่แตกต่างไปจากหนัง Jobs เรื่องอื่นๆ สิ่งหนึ่งที่เรามองว่าอาจดูยากไปนิดคือการไดอะล็อกของตัวละครที่ค่อนข้างพูดเยอะ และยิงรัว แต่ถ้าคุณเป็นสาวกและอยากเห็นอีกด้านของโลกธุรกิจ ไม่เสียเวลาเลยที่จะดู

MoneyBall (2011)

MoneyBall (2011)
MoneyBall (2011)

หนังที่สร้างขึ้นมาจากชีวิตจริงของ Billy Beane (Brad Pitt) อดีตนักเบสบอลเมเจอร์ลีกที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของทีมเบสบอล Oakland Athletics ในขณะที่ทีมกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนเกิดปัญหาทำให้ทีมไม่สามารถซื้อตัวผู้เล่นระดับท็อปมาร่วมทีมได้ แถมยังเสียผู้เล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อีกด้วย Billy จึงต้องงัดไม้เด็ดออกมาสู้กับทีมอื่น กระโดดออกมาอยู่นอกกรอบของรูปแบบเดิมๆ รวมถึงจ้าง Peter Brand (Jonah Hill) นักเศรษฐศาสตร์มาช่วยกันแหกกฎแบบเดิมๆ ออกไป ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้นอกจากฝีมือการแสดงแล้ว ความฉลาดในการเล่าเรื่อง และประเด็นหลักของเรื่องก็น่าสนใจไม่แพ้กัน


Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี