4-day workweek วิถีการทำงานใหม่ที่ช่วยเพิ่ม productivity จาก Microsoft Japan

บางทีการหยุดแบบลองวีคเอนด์อาจจะไม่ได้แย่เสมอไปในสายตาของนายจ้าง
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Business concepts,Men wearing suits are using a pen pointing on graph.

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ทีเดียวสำหรับประเทศญี่ปุ่น เมื่อบริษัท Microsoft Japan เผยถึงผลการทดลองล่าสุด ในการดำเนินนโยบาย “ทำงานสี่วัน” และผลปรากฏว่าทำให้ผลิตภาพหรือ productivity ในการทำงานของพนักงานจะเพิ่มขึ้นถึง 40% 

ประเทศญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ “บ้างาน” ที่สุดในโลก โดยนอกจากจะมีช่วงเวลาทำงานที่ยาวนานกว่าชาวบ้านแล้ว จากการสำรวจโดยรัฐบาลญี่ปุ่นในปีค.ศ. 2016 พบว่าหนึ่งในสี่ของบริษัทญี่ปุ่นกำหนดให้พนักงานทำงานล่วงเวลามากกว่า 80 ชั่วโมงต่อเดือน (และทำฟรีซะส่วนใหญ่) ไม่แปลกเลยที่ญี่ปุ่นจะมีศัพท์เฉพาะอย่างคำว่า karoshi ที่แปลกว่าการเสียชีวิตจากการทำงานหนัก แต่แม้จะทำงานหนักแค่ไหน ข้อมูลจาก OECD Compendium of Productivity Indicators ชี้ว่าประสิทธิผลในการทำงานของญี่ปุ่นกลับต่ำสุดในบรรดาประเทศ G-7 นั่นแปลว่าการทำงานหนักไม่ได้หมายถึงประสิทธิผลเสมอไป

และนี่คือที่มาของการทดลองของ Microsoft Japan ที่ชื่อว่า Work-Life Choice Challenge Summer 2019 ที่ให้พนักงาน 2,300 คนหยุดงานวันศุกร์ติดต่อกัน 5 สัปดาห์โดยไม่หักเงินเดือน ซึ่งผลปรากฏว่านอกจากประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้น 40% แล้ว ยังทำให้พนักงานหยุดงานน้อยลง 25% ลดการใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 23% แถมยังทำให้พนักงานปรินต์เอกสารน้อยลง 59% นอกจากนี้ การช่วงเวลางานต่อสัปดาห์ที่น้อยลงยังทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้พนักงานมีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งผลก็สอดคล้องกับผลวิจัยที่ตีพิมพ์โดย Harvard Business Review ที่ชี้ให้เห็นว่าวันทำงานที่น้อยลง (ลดจาก 8 ชั่วโมงมาเป็น 6 ชั่วโมงต่อวัน) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น 

แม้จะดูเป็นเรื่องแปลกใหม่ในญี่ปุ่น นโยบายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์นี้มีมานานแล้ว ประเทศฝรั่งเศสได้เริ่มลดชั่วโมงการทำงานมาตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วเพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ที่สมดุลให้แก่ประชากร ส่วนเนเธอร์แลนด์นั้น ชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์โดยประมาณอยู่ที่ 29 ชั่วโมงเท่านั้น 

อ้างอิง:
https://www.cnbc.com/2018/06/01/japan-has-some-of-the-longest-working-hours-in-the-world-its-trying-to-change.html
https://www.theguardian.com/technology/2019/nov/04/microsoft-japan-four-day-work-week-productivity

More to explore

หลากสกิลสำหรับออนไลน์ครีเอเตอร์ที่ช่วยทำเงินได้

ในยุคดิจิตอลที่เต็มไปด้วยโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ เต็มไปหมด เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มมองหาลู่ทางบ้างแล้วล่ะ บางคนอาจจะทำงานสร้างสรรค์ออนไลน์เป็นงานเสริม แต่รู้หรือไม่ว่างานออนไลน์ครีเอเตอร์ไม่ได้มีแค่บล็อกเกอร์หรือยูทูบเบอร์เท่านั้นนะ แถมหลายๆ งานถ้าทำจริงจังแล้วยังก็สามารถทำเป็นงานหลักได้เลย ว่าแต่มีทักษะไหนบ้างที่สามารถช่วยทำเงินได้ ลองมาดูกัน ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยความที่ตอนนี้ การเก็บ lead เป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำการตลาดออนไลน์ การทำเว็บไซต์จึงสำคัญมากสำหรับคนทำธุรกิจ นักออกแบบเว็บไซต์จึงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคนี้ โดยนักออกแบบเว็บไซต์ที่ดีควรจะมีความรู้เรื่องโค้ดดิ้ง, UX/UI รวมถึงด้านดีไซน์ เพื่อให้เว็บไซต์ออกมาสวยงามและใช้งานได้ง่าย โดยปัจจุบันนี้แต่ละแพลตฟอร์มก็มีเทมเพลตเว็บไซต์ออกมาให้ใช้มากมาย ยิ่งทำให้การออกแบบเว็บไซต์ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก

“ขายของออนไลน์อะไรให้ได้เงิน“ 5 ทางเลือกสำหรับครีเอเตอร์ยุคโพสต์โควิด

สำหรับครีเอเตอร์ที่มีทักษะความสามารถ แต่ยังไม่มีสินค้าและบริการอยู่ในมือ คำถามสำคัญของคุณคือ “แล้วเราจะขายอะไรดี”

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles