fbpx

ย้อนเวลาเพื่อสัมผัสแรงบันดาลใจแห่งยุค 80s กับ SWATCH 1984 RELOADED

SWATCH พาคุณย้อนเวลากลับไปปี 1984 กับนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุค ’80s นับเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองและเฟื่องฟูที่สุดยุคหนึ่งของอุตสาหกรรมแฟชั่นและสื่อบันเทิง เรื่องราวที่สร้างสรรค์ขึ้นในยุคล้วนส่งต่อแรงบันดาลใจมาถึงคนยุคหลัง และมักทำให้เราหวนนึกถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปี 1984 ถือได้ว่าเป็นปีที่มีเรื่องราวอันแสนพิเศษเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวงการบันเทิงต่างประเทศ ดาราไอคอนผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ ล้วนสร้างอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ศิลปิน “Prince” ได้ปล่อยเพลงระดับตำนานอย่าง “Purple Rain”  หรือช่วงที่ Madonna ได้ปล่อยเพลงดังอย่าง “Like a Virgin” ออกมาให้ได้รับฟัง และวิดิโอเกม Tetris ได้ทำการเปิดตัวขึ้น 

อีกเหตุการณ์น่าประทับใจในปี 1984 คือการที่ Swatch แบรนด์นาฬิกา Swiss Made ที่ครองใจผู้คนทั่วโลกได้จัดแสดงนาฬิกาขนาดมหึมา ที่มีน้ำหนักถึง 13 ตัน และสูง 162 เมตร ที่บริเวณอาคาร Commerzbank สำนักงานใหญ่ของ Swatch ณ เมือง Frankfurt และได้รับการบันทึกลงใน Guinness Book รวมถึงยังเป็นปีที่ Swatch ได้ริเริ่มพัฒนานาฬิกาให้เป็นรูปแบบใหม่ๆ ด้วยเทคนิคและดีไซน์แบบ Technicolor  

“Time is what you make of it”

“Time is what you make of it” เวลาเป็นสิ่งที่คุณกำหนดได้ คือแนวคิดที่ Swatch ยังคงสะท้อนออกมาผ่านคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ ซึ่งในส่วนของดีเทลนาฬิกาทั้ง 5 เรือนจากคอลเลคชั่น SWATCH 1984 RELOADED นั้นได้นำเสนอโดยผ่านการตีความในรูปแบบใหม่จากนาฬิกา Swatch โมเดลไอคอนิกในยุคก่อนๆ ให้ดูมีความทันสมัย ปลดปล่อยความสนุกได้อย่างเต็มที่

Swatch ได้ทำการหยิบยกแฟชั่นสุดปังในช่วงปี 1980s ให้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งในปี 2021 กับโมเดล Gent และ New Gent ที่มาพร้อมกับสีสัน 5 สีไม่ว่าจะเป็นเหลือง, แดง, ดำ, เทา และขาว ด้วยลวดลายกราฟฟิกสไตล์โมโนโครมบนหน้าปัดที่ยิ่งทำให้นาฬิกาแต่ละเรือนดูโดดเด่น มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร

ยิ่งไปกว่านั้น Swatch ยังใช้นวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC ในการทำตัวเรือนและใช้พลาสติกชีวภาพ หรือ ‘Bio-sourced Plastic’ ในการทำสายนาฬิกาทำให้สไตล์ในยุค 1984 กลับมาดูสดใสและทันสมัยอีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นนี้เองที่ทำให้คอลเลคชั่น SWATCH 1984 RELOADED สามารถถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจและสามารถพาเราย้อนเวลากลับไปปี 1984 ให้ได้คิดถึงบรรยากาศในช่วงเวลาที่มีเรื่องราวสุดพิเศษอีกครั้ง

สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดการวางจำหน่ายเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ swatch.com หรือ

LINE OA @swatch_th

Facebook: SWATCHTHAILAND

Instagram: @SWATCH_TH

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี