อยู่กับ “โควิด” อย่างไรไม่ให้เครียดจนสติแตก

วิธีดูแลสุขภาพจิตตัวเองให้แข็งแรงระหว่างวิกฤตการณ์นี้
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Man stressed while working on laptop

ณ ตอนนี้ ในแต่ละวันคงไม่มีคำไหนที่ได้ยินบ่อยว่า “โควิด” หรือ “โคโรนาไวรัส” อีกแล้ว เพราะการระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ได้ส่งผลกระทบในทั่วโลก ในทุกวงการ แถมยังปรากฏตัวในทุกวงสนทนา ไม่แปลกเลยที่คนจำนวนไม่น้อยจะเกิดภาวะเครียด หวาดระแวง วิตกกังวลไปหมด 

จริงๆแล้ว ภาวะเครียดที่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกหรือ panic นี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์เมื่อต้องเจอกับความไม่แน่นอนในชีวิต และฟังก์ชั่นนี้เองที่มีส่วนทำให้มนุษยชาติยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเจอกับสิ่งเร้าใดๆ สมองในส่วนของ Amygdala ที่ควบคุมเรื่องอารมณ์จะเริ่มประเมินทันทีว่าควรจะโต้ตอบอย่างไร จะสู้ (fight) หรือจะหนี (flight) ดีนะ 

เมื่อคำนึงถึงสภาวการณ์ในประเทศไทยเองที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เราคงต้องทำใจยอมรับว่าเราจะต้องอยู่กับอารมณ์หวาดระแวง กลัวและเครียดแบบนี้ไปอีกสักพักใหญ่ๆ ว่าแต่จะดูแลจิตใจตัวเองอย่างไรบ้างในสภาวะเช่นนี้ เราได้รวบรวมหนทางจากนักจิตวิทยามาให้แล้ว

1. ยอมรับก่อนเลยว่าตัวเองวิตกกังวล
ไม่ต้องแกล้งบอกใครว่าชิลล์ๆ เพราะการหลอกตัวเองไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเลย การยอมรับว่าตัวเองกำลังวิตกอยู่จะช่วยให้เราเตรียมตัวรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. ประเมินข้อมูล
ตอนนี้เราเห็นสถิติเต็มไปหมด ประเทศนู้นตายกี่คน ประเทศนี้ติดเชื้อกี่คนแล้ว แต่ก็อย่าหลงลืมไปว่านอกจากยอดผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อแล้วก็ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่ควรค่าแก่การรับรู้ โดยปกติแล้ว คนที่กังวลมักจะสนใจข้อมูลในทางลบมากกว่าทางบวก ฉะนั้นอย่าลืมข้อนี้ซะ (ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง ก็อย่างข้อมูลที่ว่าอัตราในการหายดียังสูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสในปัจจุบัน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก)

3. เลือกรับข่าวสาร
ในโลกที่ข้อมูลล้นทะลัก และในช่วงวิกฤตแบบนี้ สิ่งที่สำคัญคือควรรับข่าวสารจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ลดการใช้โซเชียลมีเดีย จะช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกเยอะ

4. กักตัว แต่อย่าปิดกั้น
หนึ่งในปัญหาที่น่ากังวลสำหรับนักจิตวิทยาคือผู้ที่กักตัว (self-quarantine) อาจเผชิญกับภาวะโดดเดี่ยวไม่เหลือใคร ซึ่งเป็นสัญญาณของสุขภาพจิตที่ไม่ดีนัก ฉะนั้นพึงระลึกไว้เสมอว่าการกักตัวไม่ใช่การปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก คุณยังสามารถสื่อสารกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวได้ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ และก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำด้วยในเวลานี้ 

5. ดูแลสุขภาพกายให้ดี
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ทำตัวให้แอ็คทีฟ นอนหลับให้เพียงพอ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้เหมือนกัน

6. พึงตระหนักว่าหลายอย่างก็อยู่เหนือการควบคุมของเรา
มนุษย์ชอบที่จะเป็นผู้ควบคุม จนหลายครั้งเราก็ลืมไปว่าหลายๆ อย่างเราก็ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นควรจะหันไปใส่ใจสิ่งที่เราควบคุมได้จะดีกว่า 

7. หากิจกรรมทำ
ถึงตอนนี้ คนที่ต้องกักตัวเองเนื่องจากใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้ออาจจะมีมากขึ้น ไหนๆ ก็อยู่บ้านแล้ว นี่แหละโอกาสในการลองทำกิจกรรมใหม่ๆ อย่างเรียนภาษาใหม่ ฝึกเล่นดนตรี ปลูกต้นไม้ ทำงานคราฟต์ นั่งสมาธิ เล่นกับสัตว์เลี้ยง แล้วคุณจะพบว่ามีอะไรอีกมากมายในชีวิตที่เราอาจจะหลงลืมไป

More to explore

กรัณย์ วระพงษ์สิทธิกุล: ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ User Experience คนไทยคนแรกที่ Google แต่งตั้งให้เป็น UX Expert

สนทนากับ กรัณย์ วระพงษ์สิทธิกุล Google UX Expert ถึงความสำคัญของ UX กับธุรกิจในโลกปัจจุบัน

wakingbee 2

สร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายด้วยแบรนด์ activewear สัญชาติไทย ดีไซน์เก๋

การได้สวมใส่ activewear ที่ support ทุกการเคลื่อนไหว และมีดีไซน์ที่เข้ากับรูปร่างและสไตล์ของตัวเองในแต่ละวันกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากออกกำลังกายมากขึ้น