fbpx

Slow Hand Design นิทรรศการงานดีไซน์ไทยใน Milan Design Week

งานดีไซน์ไทยไปไกลระดับโลก

Slow Hand Design นิทรรศการงานออกแบบไทยได้ฤกษ์จัดแสดงอีกครั้งในเทศกาลออกแบบระดับโลก Milan Design Week 2023 ภายใต้แนวคิด “Not A Virgin –  materials through Thailand’s innovative designs that sustain the global environment” โดยได้จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 – 23 เมษายน 2566 ที่ Superstudio Piu ในย่าน Tortona หนึ่งในย่านหลักของงานเทศกาล Milan Design Week

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผู้จัดนิทรรศการ Slow Hand Design 2023 เปิดเผยว่า “งาน Milan Design Week นับเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของผู้คนในแวดวงการออกแบบทั่วโลก ทั้งอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายใน ไลฟ์สไตล์ และนวัตกรรมการออกแบบ รวมถึงสื่อมวลชนต่างๆ จะมารวมตัวกันที่มิลานอย่างคึกคัก เพื่ออัพเดตเทรนด์สินค้าและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการออกแบบจากทั่วโลก รวมถึงการแสดงนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอนาคต โดย DITP ได้นำสินค้าไทยเข้าร่วมงาน Milan Design Week มาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 ดำเนินงานโดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ภายใต้ชื่อนิทรรศการ Slow Hand Design เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพและสร้างการจดจำสินค้าไทยในเวทีการออกแบบระดับโลกอย่างต่อเนื่อง” 

“ในช่วงแรก ช่วงปี 2554 – 2559 เนื้อหาของนิทรรศการจะเน้นนำเสนอจุดเด่นของงานออกแบบไทยที่ใช้ความประณีตของฝีมือ งานหัตถกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมมีการพัฒนาอัตลักษณ์ไทยสู่ความเป็นสากล ต่อมาตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาเน้นนำเสนอสินค้าที่มีนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้าที่มีแนวคิด BCG Economy และสินค้าที่มีแนวคิดการออกแบบมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) เพื่อเผยแพร่ศักยภาพและสร้างการยอมรับในสินค้าไทย ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าไทยที่มีการออกแบบดีเพื่อนำไปสู่โอกาสทางการค้าในระดับสากล เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบไทยได้ตื่นตัวกับนโยบายส่งเสริมสินค้า BCG ของกระทรวงพาณิชย์ เกิดการค้นคว้าทดลอง พัฒนานวัตกรรมวัสดุและสินค้าได้อย่างน่าสนใจ มีมาตรฐานการออกแบบที่ดีเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีการคัดสรรผลงานที่ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมหรือรางวัล DEmark รางวัล PM Award รวมทั้งผลงาน นักออกแบบรุ่นใหม่จากโครงการ Designers’ Room & Talent Thai นำมาจัดแสดงในงาน” นายภูสิตกล่าว 

สำหรับในปีนี้ ทางผู้จัดเน้นนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุยั่งยืนโดยเฉพาะ โดยนายภูสิตกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทุกอุตสาหกรรมต้องปรับตัวรวมถึงอุตสาหกรรมการออกแบบของไทยด้วย “ในช่วงการแพร่ระบาด ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ผลิต และนักออกแบบไทยได้ตระหนักถึงข้อได้เปรียบในการมีกำลังการผลิตขนาดเล็ก ซึ่งทำให้มีความคล่องตัวและสามารถปรับตัวได้เร็ว ในช่วงล็อคดาวน์พบว่าหลายๆ แบรนด์มีการทดลอง พัฒนาวัสดุใหม่ๆ จากเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งกระบวนการผลิตโดยช่างฝีมือแทนเครื่องจักร ซึ่งเป็นจุดเด่นของสินค้ากลุ่มหัตถอุตสาหกรรมจากประเทศไทย ทำให้สามารถพัฒนาตัวอย่างสินค้าได้รวดเร็ว มีการนำการออกแบบหมุนเวียน Circular Design มาใช้รวมทั้งกระบวนการจัดการขยะและการเลือกใช้วัสดุที่ถูกนำมารีไซเคิลและอัพไซเคิล เป็นสินค้าอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ได้สินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก มีรูปแบบน่าสนใจและมีกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าที่เคย”

งานนนี้จัดแสดงผลงานของนักออกแบบไทย 33 แบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านการใช้วัสดุเพื่อความยั่งยืนสอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และเทรนด์งานออกแบบโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ได้แก่ 103PAPER SHOP, Aibelle, Apisek studio, Artslonga x KENKOON, Baan Boon Brooms, BRAvE SHOES, carpenter, Chaan, DEESAWAT x ausara surface and textile, GLISTEN, Kanz by Thaitor, LAMUNLAMAI, Lasunya, MANGO MOJITO, MELTDISTRICT, Mobella, moonler,moRE, OneMoreThing, Pica, Qualy, Red Fox and Albatross, SANDT, SARNSARD, SC Grand, Sculpture, SONITE DÉCOR, THAIS, The yarn story, Thingg, Thinkk studio x doitung, Touchable, WASOO และ Wishulada 

ตลอดระยะเวลาที่จัดแสดงนิทรรศการตั้งแต่วันที่ 18 – 23 เมษายน 2566 มีผู้เข้าชมงานกว่า 8,025 ราย ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ-ผู้นำเข้าชาวต่างชาติ มียอดสั่งซื้อทันที 865,500 บาท คาดจะซื้อภายใน 1 ปี อีกกว่า 35 ล้านบาท โดยผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่เป็นนักออกแบบ สถาปนิก อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ และตัวแทนจำหน่ายสินค้าแนวดีไซน์และสื่อมวลชนจากทั่วโลก ตัวอย่างผลงานแบรนด์ไทยที่ได้รับความสนใจ เช่น

  • วัสดุ Vegan Leather จากแบรนด์ BRAVESHOES ที่ต้องการขับเคลื่อนสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ให้เป็น Circular Economy ใช้หลักการ BCG แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด โดยเลือกใช้วัสดุจากขยะทางการเกษตร เช่น เปลือกมะนาว และเปลือกกล้วยที่มีนวัตกรรมการผลิต โดยมีชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มและลดขยะทางการเกษตรในประเทศไทย ได้รับความสนใจจาก KARIM RASHID STUDIO เพื่อนำไปเป็นวัสดุหุ้มเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ตัว Vegan Leather วัสดุที่ใช้ในการผลิตรองเท้ายังได้รับความสนใจจากนักออกแบบแฟชั่นในเมืองมิลานเป็นอย่างมาก
  • วัสดุ recycle yarn แบรนด์ aibelle ได้รับความสนใจจากทีมดีไซเนอร์ จาก Martin Margiela เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋า 
  • สินค้าไลฟ์สไตล์จาก แบรนด์ Sonite ผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร แกลบข้าว ใยมะพร้าว กะลามะพร้าว และแผ่นบุผนังช่วยดูดซับเสียงผลิตจากผักตบชวา ได้รับความสนใจจากนักออกแบบ สถาปนิก ภายในงานเป็นอย่างมากมีความต้องการอยากร่วมมือ สั่งซื้อตลอดช่วงที่จัดแสดง
  • ผลงาน textile จาก DEESAWAT x ausara surface and textile ได้รับความสนใจจากนักออกแบบเครื่องจาก bulgari เพื่อพัฒนาเป็นเครื่องประดับ
  • แบรนด์ moRE ที่มีการวิจัยและพัฒนาวัสดุ ตั้งแต่เศษขยะจากครัวเรือน อาทิ หลอด ฝาขวดน้ำ อลูมิเนียมฟอยด์กล่อง ไปจนถึงของเสียจากการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร อย่างเยื่อกาแฟ ใบอ้อย พัฒนาเป็นSustainable material วัสดุใหม่สำหรับเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับความสนใจจากสถาปนิกและนักออกแบบในยุโรปเป็นอย่างมาก 
  • ผลงานพระสติ พระเครื่องทำจากพลาสติกรีไซเคิล และผลงาน RE-rock แบรนด์ Qualy  ได้รับความสนใจจาก designer ทีม yamaha Italy ที่สนใจต่อยอดเพื่อพัฒนาไปเป็นโครงรถมอเตอร์ไซต์
  • ผลงานแจกันกระดาษจาก 103paper และวัสดุจาก Melt District ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
  • ประติมากรรมหมีทำจากขวดน้ำพลาสติกอัพไซเคิล เป็นของตกแต่งบ้านแนวสร้างสรรค์จาก Wishulada

ผู้สนใจสามารถติดต่อตามข้อมูลของโครงการได้ที่ creativethailand.net และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี