fbpx

เวทีเสวนา มุมมองนักออกแบบ ดีไซเนอร์ กับการพัฒนาผ้าไทย – งานหัตถศิลป์

เวทีเสวนา “การพัฒนาและต่อยอดงานหัตถศิลป์สู่การสร้างอาชีพในวงการออกแบบ” ในงาน Silk Festival 2023 Silk Success Sustainability โดยมี กุลวิทย์เลาสุขศรี ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และ บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, มิลินยุวจรัสกุล           ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ MILIN ชนาภาตรีรัตนชาติ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ IRADA พรทิพย์  อรรถการวงศ์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ATT 19 โรเบิร์ตเจมส์ศุกระจันทร์ ศิลปินนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์              ร่วมแสดงทัศนะ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักศึกษา และ ผู้สนใจเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการนำไปต่อยอดในรูปแบบที่หลากหลาย 

กล้าออกนอกกรอบค้นหาเอกลักษณ์ของแบรนด์คือหัวใจสำคัญ

ผ้าทอ-งานหัตถกรรมของไทย สวยงามและมีคุณค่าในตัวเอง เมื่อนำไปต่อยอด สิ่งสำคัญคือ การค้นหาเอกลักษณ์ การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก

ชนาภาตรีรัตนชาติ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ IRADA เผยว่า ผ้าทอ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ของไทยมีความสวยงาม มีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดียอยากทำชุดที่มีผ้าไทยผสม ในช่วงเวลานั้นอยากพา             แบรนด์ไปลุยตลาดอินเตอร์ จึงกลับมามองว่า จุดแข็งอะไรที่สามารถแข่งขันกับแบรนด์อื่นได้  ซึ่งส่วนมากจะใช้ผ้าจากฝรั่งเศส อิตาลี เพราะเป็นผ้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เลยมามองว่าผ้าไทยก็มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์            ไม่แพ้ผ้าจากต่างประเทศ จากนั้นมีโอกาสเดินงานโอทอป ได้พูดคุยกับช่างทอ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำคอลเลกชันที่เอาผ้าไทยมามิกซ์  เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

อยากให้ทุกคนคิดนอกกรอบมองผ้าไทยในมุมอื่นๆจึงเกิดเป็น ready to wear เราทำการสำรวจตามงาน OTOP ต่างๆทำให้เห็นว่าไทยก็คือผ้าทวีตดีๆแพงๆในสไตล์ไทยเมื่อนำมาผสานกับดีไซน์ที่ออกจากข้อจำกัดเดิมๆไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ที่คนมองผ้าไทยว่าจะต้องเป็นดีไซน์แบบนั้นแบบนี้แต่จริงๆแล้วผ้าไทยก็สามารถนำมาจับเดฟทำงานกราฟิกได้เน้นดึงเสน่ห์ของผ้าผืนนั้นให้ออกมามากที่สุดแต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้” 

มิลินยุวจรัสกุล ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ MILIN หนึ่งในไทยดีไซเนอร์ที่ได้ตัดชุดโดยใช้ผ้าไทย ให้กับผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 รวมถึงเป็น สไตล์ ไดเรกเตอร์ให้กับ อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 และ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 กล่าวว่า การพัฒนางานหัตถศิลป์ของไทยต้องกล้าที่จะแตกต่างครั้งแรกที่ได้ใช้ผ้าไทยคือตัดชุดให้กับผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ปีที่เมืองไทยเป็นเจ้าภาพเกิดความประทับใจว่าผ้าไทยก็สามารถฉีกกรอบเดิมๆได้พอมีงานโว้กกาล่าจึงมีโอกาสนำผ้าไทยมาตัดชุดในสไตล์ MILIN ดีไซน์สาวเปรี้ยวนำผ้าไทยมาผสมกับผ้ากำมะหยี่เมื่อลูกค้าของแบรนด์เห็นก็ชอบเกิดมุมมองใหม่ของผ้าไทยผ้าไทยไม่จำเป็นต้องดีไซน์กับชุดทางการแต่สามารถนำไปตัดเย็บในทุกสไตล์ 

เสน่ห์งานหัตถศิลป์ไทยบนเส้นทาง Sustainable Fashion ตอบโจทย์เทรนด์โลก

หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการจัดนิทรรศการงานหัตถศิลป์ หรือ งานคราฟต์ของคนไทย มุก-พรทิพย์  อรรถการวงศ์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ATT 19 แกลอรีชื่อดังย่านเจริญกรุง เผยถึงมิติของผ้าไทยที่เป็นมากกว่า           ผืนผ้าว่า ผ้าไทยเป็นทั้งงานศิลปะ, เฟอร์นิเจอร์ และ Accessories ต่างๆ  เพราะด้วยขั้นตอนการทำที่เป็นงานคราฟต์ที่ใช้วัสดุต่างๆ ที่หาได้รอบตัวมารังสรรค์ เป็นการใส่จิตวิญญาณและความตั้งใจ รวมทั้งภูมิปัญญาของประเทศลงไปในชิ้นงาน ซึ่งทุกปีจะมีงานคราฟต์และงานผ้าไทยมาโชว์ที่ ATT19 หลายงาน ซึ่งผ้าไทย เป็น Sustainable Fashion อย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับ Global Trend ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ 

งานคราฟต์มีเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแต่สิ่งที่ขาดไปของงานคราฟต์ไทยคือ Story telling ที่จะดึงดูดลูกค้าสะท้อนคุณค่าของผลงานสิ่งนี้จะสามารถสร้างมูลค่าทางจิตใจทำให้มีโอกาสที่ลูกค้าจะซื้อสินค้ามากขึ้นและลูกค้าจะไม่ต่อราคาดังนั้นการทำงานกับชุมชนและศิลปินพื้นบ้านต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจและความสมัครใจดีไซเนอร์และคนที่ทำงานกับชุมชนต้องพบกันครึ่งทางต้องสื่อสารในรายละเอียดให้เข้าใจต้องมี Deadline ที่ชัดเจนต้องจริงใจพูดคุยและใช้เวลาทำความรู้จักกันสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจจะทำให้เราเข้าใจและทำงานกันได้ง่ายขึ้น

ต่อลมหายใจงานหัตถศิลป์ด้วยการสร้างแบรนด์ดิ้งสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ด้าน โรเบิร์ตเจมส์ศุกระจันทร์ ศิลปินนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เผยว่า เมืองไทยมีคนมีฝีมือทำงานคราฟต์ดีๆเยอะมากแต่ตอนนี้กำลังสูญหายไปเพราะคนรุ่นใหม่ไม่มีใครจะมาสานต่ออาจจะด้วยปัจจัยด้านรายได้ทำให้งานคราฟต์ที่เป็นภูมิปัญญาของประเทศค่อยๆเลือนหายไปดังนั้นการโค้ชชิ่งเรื่องการตลาดควบคู่กับการพัฒนาดีไซน์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดก็จะทำให้ขายได้มีรายได้สำหรับการร่วมงานกับชุมชนจะเริ่มต้นที่ Passion และความหลงใหลในงานของตัวเองชุมชนนั้นพร้อมที่จะแชร์เรื่องราวของชิ้นงานนั้นๆบ่งบอกได้ว่าพวกเขามีความตั้งใจที่อยากพัฒนาสินค้าและมีความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง

มิลินยุวจรัสกุลดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ MILIN กล่าวเสริมว่า สิ่งหนึ่งที่จะช่วยพัฒนางานหัตถศิลป์ของไทยสู่ตลาดโลกได้ผู้ประกอบการต้องก้าวทันโลกรู้จักใช้โซเซียลมีเดียในการโปรโมตและทำการตลาดการใช้ MUSE ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างแบรนด์ดิ้งสร้างรายได้อย่างแบรนด์มิลินเองเคยได้ออกแบบชุดให้อแมนด้าออบดัมใส่ไปประกวด Miss Universe 2020 โดยใช้ผ้าไทยเกิดเป็นกระแสผ้าไทยทำให้หมู่บ้านที่ทอผ้าเกิดรายได้”  

เชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาไทยกับคนรุ่นใหม่

ผ้าไทยและงานหัตกรรมไทยที่เกิดจากภูมิปัญญา ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นปู่ย่าตายาย สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ด้วยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ดังนั้น สื่อมวลชน ถือเป็นกำลังสำคัญที่คอยผสานช่องว่างระหว่างเจนเนเรชั่น รวมถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่ 

กุลวิทย์เลาสุขศรี ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และ บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย เผยว่า ในฐานะโว้กประเทศไทยเป็นสื่อกลางที่จะพาผ้าไทยให้ไปถึงดีไซเนอร์ในวงการแฟชั่นระดับโลกเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบชั้นนำซึ่งเราทำงานกับผ้าไทยมานานแล้วพยายามเชื่อมโยงการผลิตงานคราฟต์ด้วยมือสู่วงการแฟชั่นระดับโลกยุคใหม่เหมือนเป็นงานประจำปีที่เราจะส่งผ้าไทยไปให้             ดีไซเนอร์คนดังและได้รับการตอบรับที่ดีซึ่งเขาอาจจะไม่ได้เอาผ้าเราไปตัดเย็บแต่อย่างน้อยก็ได้รู้จักสัมผัสได้รู้เรื่องราวและคุณค่าของผ้าไทยที่ผ่านมาโว้กเองก็ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดโดยการเอาแม่ถวิลอุปรีประธานกลุ่มทอผ้าย้อมครามดอนกอยจังหวัดสกลนครมาขึ้นปก Vogue  ทำให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทำงานคราฟต์ให้เป็นที่รู้จักออกไปในวงกว้างนอกเหนือจากคนในชุมชนและคนในไทย

ร่วมเป็นหนึ่งในการต่อลมหายใจให้กับงานหัตถศิลป์ไทยด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนและสามารถติดตามกิจกรรมดีๆของโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกได้ที่เฟซบุ๊กผ้าไทยใส่ให้สนุกหรือคลิก www.facebook.com/phathaisaihaisanook/

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี