Passion Economy มาแรง! เทรนด์ใหม่ที่ครีเอเตอร์ไทยต้องรู้จัก

เรามองเห็นเทรนด์อะไรในแวดวงครีเอเตอร์บ้าง ในช่วงเวลาที่คนทั่วโลกถูกจำกัดการเดินทางเพราะการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา?
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Male artist with palette and brush in hand paint on easel in front of window. Oil paint, paintbrush drawing

โอเค… ถ้าช่วงล็อคดาวน์ในเมืองไทยคุณอาจตอบว่า TikTok ไงล่ะจ๊ะ… เอิ่ม ก็ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าลองมองไปให้ไกลกว่านั้นล่ะ เป็นต้นว่าในหลายๆ ประเทศ คุณอาจพบว่าผู้คนจำนวนมากใช้เวลาเหลือเฟืออยู่กับบ้าน (ที่ไม่เคยมีมาก่อน) สรรหาความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะในสิ่งที่พวกเขาสนใจหลงใหล หรือที่เรียกกันว่า “มี passion”

บางคนไปลงเรียนร้องเพลงกับ Christina Aguilera เรียนการแสดงกับ Nathalie Portman เรียนทำอาหารกับ Gordon Ramsay เรียนออกแบบและสถาปัตยกรรมกับ Frank Gehry หรือที่มันไปกว่านั้นอีกก็มีคอร์สเรียนทำเบียร์คราฟต์ วิธีย่างเนื้อ เล่นไพ่โป๊กเกอร์ยังไงให้เป็นเซียน หรือวิธีเจรจาต่อรองที่สอนโดยอดีต FBI ฯลฯ

ช่องทางการเรียนวิชาความรู้เหล่านี้แน่นอนว่าคือ online platform แต่ไม่ใช่ platform เดิมๆ ดังๆ ที่รวมเอาคอนเทนต์ทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันอีกต่อไป แต่เป็น platform ที่วางตัวเป็นห้องเรียนออนไลน์ชัดเจน ที่ดังที่สุดก็เห็นจะเป็น Masterclass แต่ Skillshare และ Udemy ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Passion Economy คือปรากฏการณ์ที่เหล่าครีเอเตอร์นำเอาทักษะความรู้ความชำนาญ ที่พวกเขามี passion และสั่งสมประสบการณ์ยาวนานมาเปลี่ยนให้เป็นรายได้ โดยใช้ online platform ที่ไม่ใช่กระแสหลัก และมักมีลักษณะเป็น community ที่รวมเอากลุ่มคนที่มีความสนใจเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกัน… 5 ข้อนี้ล่ะคือองค์ประกอบและคำอธิบายง่ายๆ ของสิ่งที่เราเรียกว่า Passion Economy 

เมื่อ Attention Economy เริ่มเฝือ ก็ถึงเวลาของ Passion Economy

Passion Economy เกิดมาจากความน่าสนใจที่ลดน้อยถอยลงทุกทีใน Attention Economy เช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มเหม็นเบื่อโซเชียลมีเดียบิ๊กเนมที่หากินกับเวลาและความสนใจของพวกเขา แต่กลับตอบสนองความพอใจได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าผู้บริโภคใช้เวลาควานหาสิ่งที่ตัวเองสนใจในโซเชียลมีเดียเกือบทั้งวัน แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าพวกเขาต้อง “เสียเวลา” มากกว่าครึ่งหนึ่งในนั้นว่ายวนอยู่ท่ามกลาง “ขยะ” ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเลย

ผลที่ตามมาจากนั้นคือ ผู้บริโภคจะใช้เวลากับโซเชียลมีเดียเดิมๆ น้อยลง และพวกเขาจะเริ่มมองหา platform ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการได้ตรงจุดกว่า ในส่วนนี้เองที่ Passion Economy เข้ามาตอบโจทย์ ด้วยการเสนอ “พื้นที่” ที่สร้างขึ้นจากครีเอเตอร์ที่มีความหลงใหลสนใจเดียวกันกับผู้บริโภค รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นอย่างจริงใจ เพื่อให้เป็น community สำหรับผู้ที่มีความหลงใหลสนใจร่วมกันได้เข้ามาปฏิสัมพันธ์กัน

ว่าแต่… สินค้าและบริการอะไรบ้างที่เข้าข่าย Passion Economy

นอกจากคอร์สออนไลน์ที่ยกตัวอย่างไปในตอนต้น สินค้าและบริการอื่นๆ ก็สามารถเป็น Passion Economy ได้ แต่ มันจะต้องเป็นสินค้าและบริการที่มาจากทักษะความรู้ความชำนาญเฉพาะตัวของครีเอเตอร์นั้นๆ แม้แต่การรีวิวของเล่นก็เป็น Passion Economy ได้ หากมันเป็น passion ของครีเอเตอร์

อย่างในกรณีของหนูน้อยไรอัน จาก Ryan’s World ที่เริ่มรีวิวของเล่นมาตั้งแต่ 4-5 ขวบ จนตอนนี้ 9 ขวบ ทำรายได้ไปแล้วกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ! หรือครีเอเตอร์ที่มีความสามารถในการทำงานฝีมือและงานออกแบบ แล้วเอาผลงานของพวกเขาไปขายทาง Etsy ที่เสมือนตลาดออนไลน์ที่รวมคนรักงานดีไซน์งานคราฟต์เข้าไว้ด้วยกัน ก็จัดเป็น Passion Economy เหมือนกัน

ที่สำคัญที่สุด Passion Economy จะต้องไม่ใช่แค่สินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐาน อย่าง ปัจจัย 4 หรือ ความต้องการทางจิตใจทั่วไป เช่น ความมั่นคงปลอดภัย ความสบายใจ และความรัก/การเป็นเจ้าของ ฯลฯ แต่สินค้าและบริการที่เข้าข่าย Passion Economy จะต้องตอบสนองความต้องการที่เหนือไปกว่านั้น นั่นคือ ความภาคภูมิใจในความสามารถและการแสดงออกถึงศักยภาพของตน

หรืออย่างที่ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Hierachy of Needs) เรียกว่า “ความสมบูรณ์ของชีวิต” ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่อยู่ในหมวดความคิดสร้างสรรค์ (creativity) ก็รวมอยู่ในความหมายนี้ด้วย

แล้วครีเอเตอร์จะได้อะไรจาก Passion Economy

แน่นอน สิ่งที่ครีเอเตอร์จะได้คือ โอกาสทองในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มี passion เดียวกัน และโอกาสในการเปลี่ยน passion ให้กลายเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ เพราะ online platform เหล่านี้ เป็น community ที่คัดเอาคนที่มีความหลงใหลสนใจแบบเดียวกันกับคุณมายื่นให้คุณแล้ว คุณจึงไม่ต้องไปเปลืองแรงเสียเวลาเรียกร้องความสนใจอย่างแต่ก่อนอีกต่อไป เพราะความหลงใหลนั้นมีอยู่ใน community นั้นๆ เรียบร้อยแล้ว

ยกตัวอย่าง หากคุณเป็นครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบการเขียนเล่าเรื่อง เช่น เรื่องภาพยนตร์ ดนตรี กีฬา ฯลฯ คุณก็อาจสมัคร Substack หลังจากนั้น ผู้อ่านที่สนใจในเรื่องเดียวกันกับคุณก็จะสามารถเลือกติดตามผลงานเขียนของคุณที่ส่งตรงถึงพวกเขาได้ทุกครั้งที่คุณอัพโหลดบทความนั้น

เมื่อคุณเข้าใจ Passion Economy 101 แล้ว ถึงเวลาต้องคิดให้ดีว่าอะไรคือ passion ที่คุณชำนาญจนสามารถสร้างเป็นอาชีพได้ จากนั้นก็เลือก platform ที่เหมาะสมกับ passion นั้น (ในบทความนี้เราก็ยก platform ที่น่าสนใจมาให้เห็นหลายเจ้าอยู่) และจำไว้ให้ดีว่า platform ที่จัดทำโดยองค์กรที่แสวงหากำไรจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ แต่ต้องเป็น platform ที่มีผู้ดูแลจัดการเป็นคนที่มี passion ในสิ่งนั้นจริงๆ

เพราะผู้บริโภคของ Passion Economy จะไม่ยอมถูกหลอกอีกต่อไปแล้ว

ที่มา: forbes.com, altar.io

More to explore

โฉมใหม่ของ ‘ราชมณเฑียรแกนด์บอลรูม’ ตำนานความสง่างามที่กลับมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำยุค

ส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่างการตีความศิลปะในอดีต เทคโนโลยีสุดล้ำ และกระแสนิยมงานออกแบบยุคโมเดิร์น

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles