“Nostalgia Tourism” การเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ “ย้อนรอยอดีต”

ในกระแส #ฮาวทูทิ้ง เราอยากให้คุณคิดก่อนทิ้ง เพราะของเก่าบางอย่างอาจเพิ่มมูลค่าในโลกยุคใหม่ก็ได้
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Feature-image_ASA20

คำว่า “Nostalgia” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความอาลัยอาวรณ์  ความรู้สึกโหยหา Nostalgia Tourism จึงหมายถึง ปรากฏการณ์ในเชิงท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่ง ที่ตอบสนองความต้องการ “โหยหาอดีต” และนำมาสู่ความต้องการที่จะหวนย้อนกลับไปมีประสบการณ์ “วันชื่นคืนสุข” ในอดีตนั้น ๆ อีกครั้ง ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสการเดินทางท่องเที่ยวแบบ Nostalgia Tourism ก็กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายจากการพัฒนาสถานที่อันมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือวิถีชีวิต

กระแส Nostalgia Tourism ได้ช่วยสนับสนุนวัฒนธรรมการโหยหาอดีตและทำให้เมืองเก่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียทั้งหลายเอื้อต่อการเผยแพร่ภาพถ่ายน่าประทับใจเหล่านั้นให้ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เห็นกันอย่างรวดเร็ว การผสานอดีตให้หลอมรวมกับปัจจุบันจึงเป็นเทรนด์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อกล่าวถึง “เมืองเก่า” ในการศึกษาสถาปัตยกรรม ได้แบ่งเรื่องของการอนุรักษ์ไว้ 3 มิติ นั่นก็คือ หนึ่ง การอนุรักษ์เพื่อซ่อมและรักษา สอง การอนุรักษ์เพื่อปรับปรุงและเพิ่มการใช้สอย และสาม การอนุรักษ์ในเชิงสร้างใหม่โดยเลียนแบบอาคารเก่า ซึ่งในกระบวนการทั้ง 3 มิตินี้ จำเป็นจะต้องใช้วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่หลากหลายเพื่อสนองการอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากกระแส Nostalgia Tourism ที่มีผลให้เกิดการอนุรักษ์อาคารเก่าแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งก็เป็นผลมาจากการปรับตัวทางด้านเศรษฐกิจของภาคเอกชน อย่างภาคธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการชะลอการก่อสร้างโครงการใหม่ แล้วหันมาปรับปรุงอาคารเก่าที่มีอยู่เดิมแทน ซึ่งการปรับปรุงอาคารเดิมก็จำเป็นต้องอาศัยความรู้ในบริบทเชิงอนุรักษ์เช่นกัน

แนวโน้มการปรับปรุงอาคารเก่า โดยการเปลี่ยนฟังก์ชั่นเพื่อรองรับการใช้งานใหม่ ๆ กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น จากธุรกิจการท่องเที่ยว สู่ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ หลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก มัณฑนากร ผู้รับเหมา จึงจำเป็นต้องมองหาวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในงานอนุรักษ์มากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเทรนด์การทำธุรกิจในปัจจุบัน งานสถาปนิก’63 “มองเก่า ให้ใหม่ : Refocus Heritage” จึงได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านการบูรณะอาคาร การซ่อมแซมอาคารเก่า และวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในงานอนุรักษ์เอาไว้ เพื่อสร้างประสบการณ์อันดีให้กับผู้เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างมากมายจากผู้แสดงสินค้าถึง 850 แบรนด์ จากทั่วโลก และได้ร่วมกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย เช่น เสวนาโดยนักธุรกิจ นักลงทุน ที่จะมาร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์การสร้างธุรกิจจากแนวคิด “มองเก่าให้ใหม่” เพื่อจุดประกายความคิดให้กับผู้ร่วมชมงาน นอกจากนี้ยังมี ‘หมอบ้านอาษา’ ที่บริการให้คำปรึกษาปัญหาการออกแบบและก่อสร้างโดยสถาปนิก วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ โดยจะมีสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์อาคารมาให้คำปรึกษาด้วย

งานสถาปนิก’63 เป็นงานจัดแสดงวัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 – 3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดของงานได้ที่เว็บไซต์ www.asaexpo.org และที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ASAArchitectExposition

More to explore

มาสคอตนั้นสำคัญแค่ไหน? ถอดบทเรียนจาก “คุมะมง” กับ 3 หัวใจสู่การเป็นคาแร็กเตอร์ยอดนิยม

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้มีชีวิตเสมือนทูตทางวัฒนธรรมของเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น

Trevi Fountain in Rome

ทำไมคนอิตาเลียนถึงเลือกจ่ายเงินดื่มน้ำแร่แบบขวดมากกว่าน้ำประปาฟรีที่ดื่มได้?

อิตาลีคือประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์นำ้แร่มากที่สุดในยุโรป ซึ่งนั่นก็ดูจะมีเหตุผลอยู่