fbpx

NFT วิวัฒนาการของโลกศิลปะ กับโอกาสที่ไม่สิ้นสุดของครีเอเตอร์ไทย

สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวงการ NFT ในงาน Blockchain Thailand Genesis 2021

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2021” งานมหกรรมความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง คอนเซ็ปต์หลักของงานในปีนี้คือ “The Era of Metaverse and Digital Asset” ยุคสมัยของโลกเสมือนจริง และสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งภายในงานนี้ได้รวมผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเสวนาให้ความรู้ และแชร์มุมมองที่น่าสนใจต่อวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในหัวข้อต่างๆ 

และหนึ่งในหัวข้อเสวนาไปที่ ‘ครีเอเตอร์สายดิจิทัลอาร์ต’ ต้องจับตามองและเข้ามาศึกษาตั้งแต่วันนี้ นั่นก็คือเรื่องของ NFT ในหัวข้อ “NFT Opportunity for Creator” ที่มีผู้ดำเนินการเสวนาอย่างคุณ ภราดร ไชยวรศิลป์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม NFT and Crypto Art Thailand คุณพอล ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ Head of Venture Builder จาก KASIKORN X และศิลปิน NFT สองท่านอย่าง คุณ Pondering (อานุภาพ วรรณพงษ์) และคุณDojo-Namwong ที่มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในครั้งนี้ NFTจะเป็นโอกาสสำคัญและเข้ามาเปลี่ยนวงการครีเอเตอร์ไทยอย่างไร kooper ได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจให้ทุกท่านดังนี้

NFT กับการสร้างมูลค่าให้งานดิจิทัลอาร์ต

NFT หรือ Non-Fungible Token คือ “สินทรัพย์ดิจิทัล” รูปแบบหนึ่งที่ “มีความเฉพาะตัวและไม่สามารถทดแทนกันได้” ซึ่ง NFT จะอยู่ในรูปแบบของเหรียญที่สามารถสร้างสิทธิความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ และเราสามารถแปลงงานศิลปะที่สร้างขึ้นมาให้กลายเป็น NFT ได้โดยการขึ้นรหัสไปบน Blockchain ทำให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันด้วยสกุลเงินดิจิทัลกันได้ทั่วโลก

“​NFT ทำให้งานดิจิทัลอาร์ตที่ผมทำเป็นงานอดิเรก สามารถส่งต่อมูลค่า และเอามาเลี้ยงชีพได้” 

Pondering (อานุภาพ ววรณพงษ์) – ศิลปิน NFT
Pondering (อานุภาพ วรรณพงษ์) – ศิลปิน NFT

“เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ชอบทำงานด้านดิจิทัลอาร์ตอยู่แล้ว แต่ว่าเมื่อก่อนเราไม่สามารถส่งต่อมูลค่าของงานดิจิทัลอาร์ตได้ เนื่องจากไฟล์ดิจิทัลสามารถเซฟและคัดลอกกันได้ และจะสามารถส่งต่อได้แค่เฉพาะข้อมูลเท่านั้น แต่พอ NFT เข้ามา มันสามารถสร้างคุณค่าให้กับผลงานได้ สามารถทำให้ผลงาน หรือ Token กลายเป็นชิ้นเดียวและมีความเป็นเฉพาะตัว” คุณอานุภาพ วรรณพงษ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานด้าน NFT ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าให้ผลงานที่เขาสร้างสรรค์

NFT คือสินทรัพย์แห่งโลกอนาคต?

“NFT คืองานที่ทำให้ งานดิจิทัลมีคุณค่า เป็นของแท้และมาจากตัวศิลปินจริงๆ”

Dojo-Namwong –ศิลปิน NFT

“ผมเป็นคนที่ทำงานสายไฟน์อาร์ตมาก่อน คือทำงานที่จับต้องได้ กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นนักสะสมที่ซื้อผลงานไปประดับบ้าน แต่พอเข้าทำมางาน NFT กลุ่มลูกค้าก็จะกลายเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเป็นนักลงทุนอยู่ด้วย งาน NFT เป็นได้มากกว่าการสะสมเพราะสามารถนำไปเทรด และสร้างมูลค่าต่อได้” คุณ Dojo-Namwong อดีตศิลปินไฟน์อาร์ตที่ได้ผันตัวเข้ามาอยู่ในตลาด NFT พูดถึงประสบการณ์การซื้อขายผลงานที่มีความแตกต่างกันในด้านการลงทุน

Dojo-Namwong –ศิลปิน NFT

“ทำไมคนยอมซื้อ NFT ในมูลค่าที่สูง”

คุณ Pondering ศิลปิน NFT ได้แสดงมุมมองต่อประเด็นนี้ว่า “การซื้อขาย NFT คือการซื้อและส่งต่อมูลค่าของผลงาน เหตุผลที่นักสะสมเข้ามาซื้อผลงานมีหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นซื้อเพราะความชื่นชอบ ซื้อไปเก็งกำไรต่อ หรือแม้แต่การซื้อเพื่อนำไปเป็นทรัพย์สินส่งต่อให้ลูกหลาน นักสะสมหลายท่านมองว่า NFT คือสินทรัพย์แห่งโลกอนาคต การซื้อในยุคแรกๆ ราคาอาจจะยังพอจับต้องได้ และนักสะสมก็จะใช้ทรัพย์สินที่หามาในโลกดิจิทัลอย่าง Token หรือ Coin ต่างๆ มาซื้อและเป็นการสะสมและต่อยอดมูลค่าต่อไปด้วย”

“Coral” NFT Marketplace ความเรียบง่ายสร้างโอกาสที่มากกว่า

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีถือเป็นปัจจัยสำคัญ และอุปสรรคที่ที่เหล่าครีเอเตอร์และผู้ซื้อผลงานจะต้องก้าวผ่านกำแพงนี้ไปให้ได้ ดังนั้นการเปิดตัว Coral แพลตฟอร์ม NFT Marketplace ของ KASIKORN X ที่มีคอนเซปต์คือการเน้นความเรียบง่ายให้ได้มากที่สุดจึงสามารถช่วยลดกำแพงด้านเทคโนโลยีของวงการ NFT ได้

Coral คือแพลตฟอร์ม  NFT Marketplace ที่ครีเอเตอร์ และผู้ซื้อผลงานสามารถซื้อขายงานศิลปะด้วยเงินสกุลปกติที่มีใช้กันทั่วโลก อย่างเงินบาท เงินปอนด์ เงินเยน หรือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปแลกเป็นเงินดิจิทัล และมีการใช้เทคโนโลยีเดียวกับธนาคาร ช่วยให้การซื้อขายมั่นใจได้พร้อมระบบการยืนยันตัวตนที่ชัดเจนป้องกันการขโมยตัวตน และผลงานของศิลปินไปขาย เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวศิลปินและผู้ลงทุน

“จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งคือเราเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เราโปรโมตศิลปินทั้งออฟไลน์และออนไลน์เพื่อช่วยให้ศิลปินเป็นที่รู้จักและสามารถขายงานได้มากที่สุด” –  ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ Head of Venture Builder  KASIKORN X

ลิขสิทธิ์ ในงาน NFT

“การซื้องาน NFT สิ่งที่จะได้คือกรรมสิทธิ์ แต่จะไม่ได้ลิขสิทธิ์ทั้งหมดของผลงาน เปรียบได้กับการที่คุณซื้อรองเท้า Nike 1 คู่แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ Nike ทั้งบริษัท” –Dojo-Namwong ศิลปิน NFT

คุณ ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ Head of Venture Builder  KASIKORN X ได้อธิบายประเด็นสำคัญของการซื้อขาย NFT ออกเป็น 3 ประเด็นสำคัญได้แก่

1. Ownership (กรรมสิทธิ์)

2. Copyright (ลิขสิทธิ์)

3. Trademark (เครื่องหมายการค้า)

ปกติการซื้อขาย NFT จะเป็นการซื้อขายกรรมสิทธิ์ไม่ได้รวมถึง Copyright และ Trademark แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีศิลปินบางท่านที่ขายพร้อมกันไปหมดเลย ซึ่งก็จะสามารถทำให้ NFT ชิ้นนั้นทรงพลังและสามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลากหลาย

NFT กับวิวัฒนาการของโลกศิลปะ ลดการผูกขาดสู่การต่อยอดผลงานแบบไม่สิ้นสุด

ปัจจุบันมี NFT มีแนวคิดใหม่ที่มอบสิทธิ์ให้กับผู้ถือครอง หรือคุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือครอง NFT แต่เพียงแค่ชื่นชอบผลงานชั้นนั้นก็สามารถนำไปประยุกต์และต่อยอดออกเป็นงานสร้างสรรค์ชิ้นใหม่ๆ ได้อย่างอิสระโดยแทบจะไม่ต้องขออนุญาต สิ่งนี้ได้เข้ามาทำลายกรอบความคิดแบบเดิม ลดการผูกขาดและการรวมศูนย์ ศิลปินทั้งสองท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นกับแนวคิดนี้ว่า 

“ผมมองแนวคิดการส่งต่อ Copyright หรือการกระจายผลงานออกไปได้มากที่สุดเป็นอีกวิวัฒนาการของโลกศิลปะ ปกติของศิลปินเวลาที่เขาสร้างผลงานออกมาก็ต้องการให้มีคนเห็นผลงานให้ได้มากที่สุด การที่มีคนนำไปต่อยอดจะทำให้คุณค่าของผลงานยิ่งสูงขึ้น มีความแพร่หลาย ผู้คนก็สามารถเข้าถึงผลงานได้มากขึ้น ผมมองว่าสิ่งนี้เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจมากๆ สำหรับวงการ NFT ตอนนี้” – Pondering (อานุภาพ ววรณพงษ์)

“ผมอยากให้มองว่า NFT คือผ้าใบดีๆ สักผืน ที่เราสามารถสร้างเล่นลูกเล่นกับมันได้ไม่สิ้นสุด”

Dojo-Namwong –ศิลปิน NFT

คุณDojo-Namwong แสดงความคิดเห็นต่อว่า “ศิลปะมันไม่ได้จำกัดแค่การวาดอีกต่อไปแล้วเมื่ออยู่ในโลกของ Blockchain” การที่สามารถดึงศักยภาพ NFT สามารถนำไปกระจายต่อได้ มีลูกเล่นกับมันได้ผมมองว่านั่นคือศิลปะเหมือนกัน

ทั้งหมดนี้ก็คือมุมมองของทั้งศิลปินที่สร้างผลงานและกลุ่มธุรกิจใหญ่ ที่มองว่า NFT คือก้าวสำคัญของวงการศิลปะในโลกยุคดิจิทัล และจะเข้ามาเปิดเปิดโอกาสใหม่ๆ ทั้งการสร้างรายได้ให้ศิลปิน และการส่งต่อความสร้างสรรค์ที่จะช่วยพัฒนาวงการศิลปะได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สามารถชมไลฟ์งานเสวนาฉบับเต็มได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Blockchain Thailand

หากคุณเป็นอีกหนึ่งครีเอเตอร์ที่ต้องการหารายได้ช่องทางใหม่ๆ หรืออยากพัฒนาตัวเองให้ตามทันโลกศิลปะในยุคดิจิทัลก็อย่ารอช้าที่จะเข้ามาศึกษาและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการ NFT ของไทยให้เติบโตต่อไป

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี