ใดๆ ในโลกล้วนมี ‘เรื่องเล่า’ เมล็ดกาแฟก็เช่นกัน

Storytelling คือกลยุทธ์การขายอย่างหนึ่ง และ Nespresso คือแบรนด์ที่เข้าใจพลังแห่งการเล่าเรื่องนี้เป็นอย่างดี
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Helen Itungu, une fermière de 33 ans, membre du programme de commerce équitable AAA mis en place par Nespresso pour améliorer le rendement et la qualité du café produit dans la région du Rwenzori, à l'ouest de l'Ouganda, montre récolte de café chez elle à Mbata, un petit village situé au nord du Rwenzori, le 28 mars 2019.  /  Helen Itungu, a 33-year-old farmer member of Nespresso's AAA fair trade program to improve the yield and quality of coffee produced in the Rwenzori region of western Uganda, is showing her harvest of coffee at her home in Mbata, a small village north of Rwenzori, on March 28, 2019.

ทุกวันนี้ เราเชื่อว่าคนเมืองเกือบทุกคนบนโลกน่าจะคุ้นเคยกับกาแฟแบรนด์สวิสนามว่า Nespresso กันหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่ชงที่บ้าน ก็ชงที่ทำงาน หรือไม่ก็ชงตามโรงแรมที่ไหนสักแห่งเวลาที่เราเดินทาง

ทำไมพวกเราถึงเอนจอยความเป็น Nespresso กันนัก
ทำไมเรายังสั่งแคปซูลจากพวกเขาเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ก็มีตัวเลือกมากมาย
มันแค่เพราะประสบการณ์ความง่ายและความสะดวกแค่นั้นหรือ

เราเชื่อว่าที่ Nespresso ยังยืนหนึ่งได้ถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะพวกเขาเป็น ‘นักเล่าเรื่อง’ ที่โคตรเก่งต่างหาก

คุณแทป – รวิศ เจ้าของเพจ Mission to The Moon เคยเขียนบล็อกสั้นๆ ไว้ว่า การเพิ่มพลังให้เรื่องเล่านั้นมีแค่ 3 วิธีง่ายๆ

หนึ่งคือ เรื่องต้องมีความขัดแย้งและมีจุดจบ
สองคือ มีเรื่องประกอบที่ช่วยให้คนรู้สึกอิน
และสามคือ ทุกเรื่องต้องมีอารมณ์

ล่าสุด Nespresso เพิ่งออกกาแฟ 3 รสชาติใหม่ในชื่อ ‘Reviving Origins’ มาให้ชาวโลกชิม เป็นผลผลิตเมล็ดกาแฟภายใต้โครงการพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตชาวไร่ในสามประเทศ อันได้แก่ ซิมบับเว โคลอมเบีย และอูกันดา

คำถามคือ “ทำไมต้องสามประเทศนี้ พวกเขามีอะไรเหมือนกัน”

ปัดโธ่!! ก็เขามีความขัดแย้งวุ่นวาย มีภัยพิบัติภายในประเทศ ที่ส่งผลต่อวิถีการผลิตและชีวิตชาวไร่กาแฟนั่นยังไงล่ะ Nespresso ถึงได้อาสาเข้าไปร่วมพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตชาวไร่ในสามประเทศนี้ (เป็นแบรนด์ระดับโลกก็ต้องทำโครงการช่วยคนทั่วโลกอ่ะนะ) ว่ากันว่าในระยะเวลาแค่ห้าปี Nespresso ใช้เงินลงทุนราว 10 ล้านสวิสฟรังซ์เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไร่ท้องถิ่นผ่านทางโครงการ Reviving Origins ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมสร้างความยั่งยืนระยะยาว Nespresso AAA Sustainable Quality Program หรือ CSR ของ Nespresso นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ทางแบรนด์เล่าว่าพวกเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายวิถีท้องถิ่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พวกเขาเลือกที่จะทำงานร่วมกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในท้องถิ่นเสมอ อาทิเช่น Colombian National Coffee Growers Federation ในประเทศโคลอมเบีย และ Agri Evolve ในประเทศอูกันดา เป็นต้น ด้วยว่าสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือเพื่อสนับสนุนชาวไร่กาแฟที่ตกระกำลำบากให้สามารถเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพเมล็ด และทำการเกษตรแบบยั่งยืนได้กว่าในอดีต

และในที่สุด… แถ่น แถ่น แท้น! ความตั้งใจดีนี้ก็ได้ยังผลลัพธ์เป็นเมล็ดกาแฟ 3 รสชาติใหม่ของ Nespresso ภายใต้ชื่อเก๋ๆ “TAMUKA mu ZIMBABWE” (เล่าถึงการกลับมาของผลผลิตที่สูญหาย) “ESPERANZA de COLOMBIA” (บอกเล่าผลลัพธ์จากสายสัมพันธ์หลังความขัดแย้ง) และ “AMAHA awe UGANDA” (ที่แปลว่าความหวังของอูกันดา)

ครบสูตรการทำ storytelling เป๊ะ คือ 1) จากความขัดแย้งสู่จุดจบสวยๆ  2) มีเรื่องประกอบให้คนอิน และ 3) กระตุ้นอารมณ์ซะหน่อย 

สรุป – นี่มันแค่ story ของกาแฟ 3 รสใหม่เองนะ โอ้โห เล่ายาวอย่างกับตำนาน!

เอาล่ะ ถึงเวลาไปค้นพบประสบการณ์กาแฟจาก 3 ประเทศกลุ่ม Reviving Origins กันแล้ว เชิญแฟนคลับไปจับจ่ายกันได้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 4 สิงหาคม 2563 มีขายทั้งทาง ออนไลน์ และที่บูติกเนสเพรสโซ ราคาแคปซูลละ 30 บาท

ติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของ Nespresso ได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand

More to explore

Jacob Jensen Design | KMUTT Bangkok ดีไซน์สตูดิโอและสอนออกแบบโดยแบรนด์ระดับโลกที่เน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำ

ปรัชญาการออกแบบของยาคอบ เยนเซ่น หนึ่งในมาสเตอร์ของสแกนดิเนเวียนดีไซน์ ที่เน้นการเรียนรู้และสร้างสรรค์ผ่านการลงมือทำ

Terra และ Mollisol ปรุง ‘ดินดอย’ ให้เป็น ‘ดินดี’ เพื่อวิถีการเกษตรแบบปลอดสารเคมีที่เชียงใหม่

ร้านอาหารและฟาร์มที่เชียงใหม่กับการผลักดันผลิตผลทางการเกษตรของไทยให้ไปไกลอีกขั้น

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles