fbpx

Ichigo Ichie ปรัชญาชีวิตที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพิธีชงชาของญี่ปุ่น

รู้จักกับแนวคิดที่สอนให้อยู่กับปัจจุบันหรือ seize the day แบบชาวญี่ปุ่น

ครั้งแรกที่เราเคยได้ยินคำว่า Ichigo Ichie คือตอนที่เราได้คุยกับอาจารย์นักจัดดอกไม้อิเคบานะชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่ง เธอบอกกับเราว่านี่คือแก่นของการจัดดอกไม้ของเธอ เพราะทุกวินาทีนั้นมีค่า และไม่มีทางเกิดขึ้นซ้ำอีก สิ่งที่เธออยากจะทำคือการจัดดอกไม้ให้สวยและมีคุณค่าที่สุดในทุกๆครั้ง

Ichigo Ichie คือสุภาษิตดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่แปลได้คร่าวๆว่า “โอกาสเดียว พบกันครั้งเดียว” หรือหมายถึงว่าช่วงเวลาที่เกิดขึ้นนั้นจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษก็น่าจะตรงกับคำว่า “once in a lifetime” นั่นเอง ว่ากันว่าที่มาของสุภาษิตนี้บัญญัติขึ้นโดยปรมาจารย์ด้านการชงชา Sen no Rikyu ในศตวรรษที่ 16 ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขยายความโดยปรมาจารย์ด้านการชงชาอีกคนที่ชื่อว่า Ii Naosuke ว่ากันว่าด้วยความที่เขาโดนขู่ลอบสังหารบ่อยมาก ในทุกๆ ครั้งที่เขาชงชา เขาจะตั้งใจชงเหมือนชาถ้วยนั้นจะเป็นชาถ้วยสุดท้ายในชีวิตของเขา และทุกๆ ครั้งที่เขาชงชา ชาของเขาก็จะรสชาติไม่เหมือนเดิม

และวิธีที่จะเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็คือ Ichigo Ichie หรือการตระหนักว่าแต่ละวินาทีที่เกิดขึ้นนั้นคือช่วงเวลาที่มีค่า ที่ไม่มีวันจะเกิดขึ้นซ้ำ เราไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีก หลังจากนั้น ปรัชญานี้จึงกลายเป็นหลักสำคัญของพิธีชงชา โดยผู้ที่มาร่วมพิธีชงชามีความเข้าใจร่วมกันว่าพิธีชงชาในครั้งนั้นจะไม่เกิดขึ้น (เหมือนเดิม) อีกต่อไปในชีวิตของพวกเขา การชงชาแต่ละครั้งจึงเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องให้ความเคารพ ใส่ใจอย่างจริงใจ

แล้วปรัชญานี้สอนอะไรเราบ้าง? อาจจะคล้ายๆกับปรัชญาโรมัน ‘Carpe Diem’ หรือ seize the day นั่นแหละ พูดง่ายๆ คือจงอยู่กับปัจจุบัน ตักตวงกับความสุขเท่าที่มี และให้คุณค่ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มากที่สุด แม้คำว่า Ichigo Ichie จะถูกเชื่อมโยงกับนิกายเซนอยู่มาก แต่ถ้ามองกว้างขึ้นจะเห็นว่าหลักปรัชญาข้อนี้เป็นสากลอยู่ไม่น้อย

หนังสือ Book of Ichigo Ichie : The Art of Making the Most of Every Moment, the Japanese Way มีจำหน่ายที่ Kinokuniya Thailand สั่งซื้ออนไลน์ได้ ที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

More to explore

“Yesterday I Was, Tomorrow I Will Be” นิทรรศการแห่งความฝันและความสำเร็จของ “Pomme Chan”

ก้าวสู่โลกที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น ผ่านผลงานศิลปะตั้งแต่ชิ้นแรกที่น้อยคนจะได้เห็น สู่วันที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพร่วมระยะเวลา 20 ปี