สิ่งที่ทำให้เสียสมาธิเวลาทำงาน และวิธีการหลีกเลี่ยง

อุปสรรคในการทำงานที่พนักงานออฟฟิศอาจจะมองข้าม
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Workplace Above View

เคยสังเกตตัวเองไหมว่าทำงานทั้งวัน แต่ไหงงานของเรากลับไปคืบหน้าเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะคุณโดนเบี่ยงเบนความสนใจจนเวลาทำงานหดหายไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งการถูกเบี่ยงเบนความสนใจหรือทำให้วอกแวกนี้นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงแล้ว ยังทำให้รู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าเดิมอีก งานวิจัยของ Ipsos และ the Workspace Futures Team of Steelcase ที่สำรวจพนักงานกว่า 10,000 คนจาก 14 ประเทศทั่วโลกชี้ว่าพนักงานออฟฟิศนั้นเสียเวลาทำงานถึง 86 นาทีต่อวันให้กับสิ่งต่างๆ ที่มาเบี่ยงเบนความสนใจ  และนี่คือสาเหตุหลักๆ ที่เรารวบรวมมาไว้ให้อ่านกัน

1.เพื่อนร่วมงานช่างเจรจา
การพูดคุยกันอาจทำให้บรรยากาศการทำงานตึงเครียดน้อยลง และส่งเสริมทีมเวิร์กให้ดียิ่งขึ้น แต่จะคุยกันทั้งวันก็คงไม่ไหว ทางที่ดีควรจัดตารางชีวิตการทำงานให้คนอื่นรับรู้โดยทั่วกัน เช่น ปิดประตูห้องเวลาที่ต้องใช้สมาธิ หรือบอกคนอื่นๆ ว่าช่วงเช้าขอเคลียร์งาน งดการคุยเล่นก่อนนะ หรือไม่อย่างนั้นให้หยิบหูฟังมาใส่เลย 

2. เสียงในออฟฟิศ
งานวิจัยของ Kim และ de Dear จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ชี้ว่า 30% ของพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศที่มีคอกกั้น และ 25% ของพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศแบบเปิดโล่งรู้สึกไม่มีความสุขกับระดับเสียงที่ได้ยินในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเสียงพูดคุย เสียงเพลงหรือเสียงเครื่องปรินต์  ข้อนี้อาจจะแก้ยากสักหน่อย ถ้าเตือนกันไม่ได้ก็แนะนำให้พาตัวเองไปอยู่ในมุมอื่นๆ ที่เงียบกว่าแทน

3. การตอบอีเมล
Tim Ferriss แนะนำว่าเราควรจำกัดการอ่าน ตอบและเขียนอีเมล เพราะอีเมลนี่แหละคือตัวการหลักในการทำให้สมาธิแตกกระเจิงในโลกยุคใหม่ เคยมั้ยที่กำลังมีสมาธิอยู่กับอะไรสักอย่าง แล้วอีเมลก็เด้งขึ้นมา ซึ่งก็ทำให้คุณต้องคลิกเข้าไปอ่าน วิธีแก้อาจจะมีหลายทาง ตั้งแต่การกำหนดเวลาให้สำหรับการอ่านหรือตอบอีเมล (2 ครั้งต่อวัน เป็นต้น) รวมไปถึงอย่าเช็คอีเมลเป็นอย่างแรกเมื่อถึงออฟฟิศ แต่ใช้ทำอย่างอื่นแทนไปก่อนในช่วงที่ยังมีพลังงานเต็มเปี่ยม

4. การใช้สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย
คงไม่ต้องขยายความมากถึงปัญหานี้ บอกวิธีการแก้เลย ถ้าไม่ลองปิดเสียงเตือน (notifications) ก็เอามือถือไปวางไว้ไกลๆ นอกจากนี้ การกำหนดช่วงเวลาเล่นโซเชียลก็อาจจะช่วยได้เหมือนกัน

5. การประชุม
เคยสังเกตมั้ยว่าตัวเองต้องประชุมงานกี่ครั้งต่อสัปดาห์? และกี่ครั้งกันที่การประชุมนั้นเป็นการประชุมที่ให้ประโยชน์? คงจะดีกว่าถ้าการประชุมทุกครั้งมีการกำหนดหัวข้อที่จะคุยกันใช้ชัดเจน ควบคุมเวลาให้กระชับ ตรงประเด็น และที่สำคัญคือควรเข้าประชุมพร้อมกันหรือรอให้สมาชิกทุกคนมาครบแล้วค่อยประชุม เพราะยิ่งทยอยกันมาก็จะยิ่งสมาธิแตกกระเจิงกันไปอีก 

More to explore

หลากสกิลสำหรับออนไลน์ครีเอเตอร์ที่ช่วยทำเงินได้

ในยุคดิจิตอลที่เต็มไปด้วยโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ เต็มไปหมด เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มมองหาลู่ทางบ้างแล้วล่ะ บางคนอาจจะทำงานสร้างสรรค์ออนไลน์เป็นงานเสริม แต่รู้หรือไม่ว่างานออนไลน์ครีเอเตอร์ไม่ได้มีแค่บล็อกเกอร์หรือยูทูบเบอร์เท่านั้นนะ แถมหลายๆ งานถ้าทำจริงจังแล้วยังก็สามารถทำเป็นงานหลักได้เลย ว่าแต่มีทักษะไหนบ้างที่สามารถช่วยทำเงินได้ ลองมาดูกัน ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยความที่ตอนนี้ การเก็บ lead เป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำการตลาดออนไลน์ การทำเว็บไซต์จึงสำคัญมากสำหรับคนทำธุรกิจ นักออกแบบเว็บไซต์จึงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคนี้ โดยนักออกแบบเว็บไซต์ที่ดีควรจะมีความรู้เรื่องโค้ดดิ้ง, UX/UI รวมถึงด้านดีไซน์ เพื่อให้เว็บไซต์ออกมาสวยงามและใช้งานได้ง่าย โดยปัจจุบันนี้แต่ละแพลตฟอร์มก็มีเทมเพลตเว็บไซต์ออกมาให้ใช้มากมาย ยิ่งทำให้การออกแบบเว็บไซต์ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก

“ขายของออนไลน์อะไรให้ได้เงิน“ 5 ทางเลือกสำหรับครีเอเตอร์ยุคโพสต์โควิด

สำหรับครีเอเตอร์ที่มีทักษะความสามารถ แต่ยังไม่มีสินค้าและบริการอยู่ในมือ คำถามสำคัญของคุณคือ “แล้วเราจะขายอะไรดี”

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles