
วันที่ 8 ธันวาคม 2024 Dior Gold House บูติกเดี่ยวนอกศูนย์สรรพสินค้าของ Dior จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการบนถนนเพลินจิต ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นบูติกแบบ Concept Store ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ พร้อมนำเสนอศิลปะความเป็นเลิศในรูปแบบที่หลอมรวมวัฒนธรรมและมรดกทางศิลป์


Dior Gold House แห่งนี้จำลองแบบมาจากสถาปัตยกรรมเลขที่ 30 ถนนมงแตญในกรุงปารีส ซึ่งเป็นสถานที่ก่อตั้งแบรนด์ Dior รายล้อมด้วยสวนสวรรค์ที่สะท้อนความงามของธรรมชาติในเขตร้อน ตกแต่งด้วยโมเสกสีทองที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dior โดยช่างฝีมือไทยผู้เชี่ยวชาญ
พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรของ Dior Gold House ได้หลอมรวมวัฒนธรรมฝรั่งเศสเข้ากับมรดกหัตถศิลป์ไทยไว้อย่างลงตัว




เมื่อเข้าสู่ภายใน บรรยากาศร่วมสมัยเผยให้เห็นถึงการตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติประดับด้วยสัญลักษณ์ประจำ House of Dior เช่น Toile de Jouy และลายพิมพ์ Plan de Paris พร้อมการจัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินไทยผู้มากฝีมือ

Tuk Tuk the New Look
โดย ศรัณย์ เย็นปัญญา จาก 56th Studio
รังสรรค์ตุ๊กตุ๊กขนาดเท่าจริงโดยใช้กกและหวาย ถ่ายทอดเอกลักษณ์อันเป็นที่รู้จักในระดับสากลของรถตุ๊ก-ตุ๊กผ่านความหลากหลายทางเทคนิคของงานจักสานไทยในรายละเอียดที่พิถิพิถันและประณีต

Garden of Happiness
โดย กรกต อารมย์ดี
กรกต อารมย์ดี ถ่ายทอดความรักที่มงซิเออร์ ดิออร์มีต่อธรรมชาติผ่านผลงาน Garden of Happiness ผ่านการใช้ศิลปะงานพื้นบ้านไทย โดยใช้วัสดุจากพืชพรรณธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ แปรรูปเป็นตอกจักสานขึ้นโครงสร้างสามมิติรองรับงานพิมพ์ลายดอกไม้, ใบไม้ และวิหคนกน้อยเพื่อตกแต่ง Café Dior


Unleashed Nature
โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์
วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ใช้สิงโตและยูนิคอร์นเป็นงานออกแบบเชิงสัญลักษณ์สื่อถึงความเปราะบางของธรรมชาติและตั้งคำถามถึงผลกระทบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยสีขาวบริสุทธิ์ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนความไร้เดียงสา ผลงานชิ้นนี้ถูกทำขึ้นเพื่อตั้งคำถามถึงควำมก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พร้อมกับจุดประกายความคิดให้ผู้พบเห็นได้ตรึกตรองถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Panajon: Wandering in the Forest
โดย สัมผัส แกลเลอรี่ (Sumphat Gallery)
นำเสนอเฟอร์นิเจอร์จากคอลเลกชัน Panajon: Wandering in the Forest ที่ผสมผสานเทคนิคหัตถศิลป์ดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ถ่ายทอดความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย จุดประกายจินตนาการถึงการเดินทางท่องเที่ยวสมความหมายของคำว่า “พเนจร” เพื่อสัมผัส และเก็บเกี่ยวแก่นสารแห่งความงดงามใน “ความเป็นไทย”


NIRVANA D’ORO
โดย เอกรัตน์ วงศ์จริต
เอกรัตน์ วงษ์จริตออกแบบ และสร้างสรรค์คอลเลกชันเก้าอี้ Nirvana d’Oro ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2007 เขานำผลงานต้นแบบคอลเลกชันนี้มารังสรรค์ขึ้นใหม่โดยใช้หัตถศิลป์กระจกเกรียบสีพื้นบ้านไทยมาร้อยเรียงปูลายแบบโมเสก ก่อผิวสัมผัสเหนือความคาดหมายที่สะท้อนทั้งความงามสง่าและเอกลักษณ์ไทย

Mala
โดย สาวิน สายมา จาก “วาสนา”
รังสรรค์กระเป๋า Lady Dior ด้วยไม้ไผ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามระหว่างจังหวะผลิกลีบบานของมวลดอกไม้ ถ่ายทอดความหมายของช่วงเวลาอันเปี่ยมคุณค่าในชีวิตที่พร้อมจะผันผ่านไปอย่างรวดเร็วผ่านความหลากหลายทางรูปทรงในรายละเอียดงานออกแบบ

Elephant Jardin
โดย บุญเสริม เปรมธาดา
ด้วยลูกเล่นอันแยบคายในการเชื่อมต่อความเกี่ยวพันระหว่างงานสถาปัตยกรรม, ธรรมชาติ และวิถีการดำเนินชีวิต บุญเสริม เปรมธาดา ได้สร้างสรรค์สตูล หรือเก้าอี้ไร้พนักจากวัสดุชีวภาพ โดยจำลองรอยเท้าช้าง ถ่ายทอดจังหวะการเดินของโขลงช้างผ่านงานออกแบบจำลองรอยเท้าช้างที่ฝากไว้ในผืนดิน
นอกจากนี้ Dior Gold House ยังนำเสนอแฟชั่นและเครื่องประดับหลากหลายคอลเลกชัน รวมถึง Café Dior by Mauro Colagreco ซึ่งผสานความเป็นเลิศทางโภชนศิลป์แบบฝรั่งเศสเข้ากับความงามของธรรมชาติ ผสานเข้ากับเชฟสามดาว มอโร โกลาเกรโก ผู้รังสรรค์รายการของหวาน และเครื่องดื่มโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ตามแนวทางการสร้างสรรค์ของคริสเตียน ดิออร์


