ASAI Bangkok Chinatown โรงแรมใหม่พร้อมดีไซน์ร่วมสมัยแบบไทย-จีน

ชมโรงแรมแบรนด์ใหม่ล่าสุดในเครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เปิดแห่งแรกในย่านเยาวราช
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
ASAI-Bangkok-Chinatown_Thailand

ในขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากโควิด-19 ถือได้ว่า ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล้าหาญมากที่เปิดตัวแบรนด์โรงแรมใหม่อย่าง ASAI (อาศัย) เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยประเดิมด้วยโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ ASAI Bangkok Chinatown ในย่านเยาวราช บริเวณอาคาร I’M Chinatown แต่ถ้าลองมาดูคอนเซ็ปต์ของแบรนด์แล้ว จะพบว่าจังหวะนี้แหละอาจเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุด เพราะแบรนด์ ASAI ที่มาพร้อมกับแท็คไลน์ ‘Live Local’ นี้เน้นกลยุทธ์ ‘hyperlocal’ โดยเฉพาะ

คอนเซ็ปต์ของ ASAI คือการอยู่อย่างสอดคล้องกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับท้องถิ่น โดยออกแบบมาเพื่อนักเดินทางหัวใจมิลเลนเนียลที่ชอบผสมผสานการพักผ่อนเข้ากับการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย และใส่ใจในความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น องค์ประกอบทั้งหมดนี้ถูกนำมาวิเคราะห์และกลั่นกรองออกมาเป็นดีไซน์ที่ทางแบรนด์คาดว่าน่าจะตอบโจทย์ชาวมิลเลนเนียลมากที่สุด

เริ่มจากพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 4 ที่ถือเป็นหัวใจของที่นี่ ที่เป็นพื้นทื่สำหรับ Eat Work Play บริเวณนี้ออกแบบมาให้ทำกิจกรรมได้หลายรูปแบบ โดยเป็นทั้งรีเซฟชั่น ห้องประชุม ที่นั่งทำงาน คาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ รวมถึงมีแปลงผักออร์แกนิกของเชฟตั้งอยู่ด้วย ดีไซน์โดยรวมเน้นแรงบันดาลใจจากความเป็นไทย-จีนของย่านที่โรงแรมตั้งอยู่ ทั้งประตูเฟี้ยม ม้านั่งหินอ่อน กระเบื้องรูปแปดเหลี่ยมที่วาดโดยช่างจากนครปฐม ผลงานหลอดด้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากหางของโคมไฟจีนโดย Ease Studio ไปจนถึงช่องแบบเปิดกลมที่เหมือนประตูพระจันทร์ ส่วนห้องพักนั้นเน้นความเรียบง่าย (เพราะคาดว่ามิลเลนเนียลไม่น่าจะใช้เวลาอยู่ในห้องมากนัก) เน้นโทนสีขาวสะอาดตา พร้อมตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีจากลำปาง ผลงานภาพถ่ายของ DogDuckPugPed และหมอนสามเหลี่ยมที่ใช้ผ้าเดนิมจากกาฬสินธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ASAI

ส่วนห้องอาหาร JAM JAM Eatery & Bar (ที่แปลได้ง่ายๆ ว่ามาจอยและสนุกด้วยกัน) เน้นบรรยากาศสบายๆ พร้อมอาหารแนวครีเอทีฟโดยเชฟ Paolo Vitaletti ร่วมกับเชฟ Jarrett Wrisley และเชฟนุ่ม ชาริญญย์ โดยมีทั้งอาหารไทย จีน ตะวันตกให้เลือก แต่ไฮไลต์อยู่ที่มื้อเย็นที่เป็นอาหารเวียดนามที่ใช้ผักจากสวนออร์แกนิกในโรงแรมมาเป็นส่วนประกอบ ส่วนเครื่องดื่มนั้นนอกจากจะมีชา กาแฟ และเนเชอรัลไวน์แล้ว ยังมีเบียร์ Chai-Lane ซึ่งเป็นเบียร์ผสมน้ำมะพร้าวของแบรนด์ ASAI เองไว้บริการด้วย (รายได้จากการจำหน่ายเบียร์แต่ละขวดจะนำไปสมทบทุนองค์กรที่ดูแลป่าชายเลน) โดย JAM JAM Eatery & Bar นี้เปิดบริการทุกวันระหว่างเวลา 6.30 น.- 2.00 น.

ในส่วนของเทคโนโลยีนั้น นอกจากระบบคีออสที่เปิดให้เช็คอินกันเองได้แล้ว ที่เราชอบที่สุดก็คือเว็บไซต์ของโรงแรมที่ให้แขกหรือคนทั่วไปสามารถเข้าไปสร้างแผนการสำรวจพื้นที่โดยรอบได้ในหัวข้อ Local Guides ที่แบรนด์ ASAI ตั้งใจรวมร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ แกลเลอรี่และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไว้ให้เลือกเยี่ยมชมกันได้แบบจุใจ เชื่อสิว่าแม้แต่คนที่อยู่กรุงเทพฯ เองก็สนุกได้กับที่นี่

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ ASAI

More to explore

Kooper Logo

Subscribe To Our Newsletter

Get notified about new articles