5 เหตุผลที่คุณควรไปชมนิทรรศการ “Life by Film” ของ “อารากิ” ที่ Leica Gallery Bangkok

โนบุโยชิ อารากิ คือผู้ให้กำเนิดหลายสิ่งอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนในโลกของภาพถ่าย ความบ้าคลั่งของเนื้อหาที่ย้อนแย้งกับบุคลิกตลกขบขันของเขา ทำให้งานของช่างภาพญี่ปุ่นคนนี้เป็นที่รักของแฟนคลับทั่วโลก
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
6. Life by Film by Nobuyoshi Araki

ถ้าจะให้ลิสต์รายชื่อช่างภาพสายดาร์กที่สร้างผลงานแนวโลกตะลึง เราเชื่อว่าชื่อของ โนบุโยชิ อารากิ จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เพราะงานของช่างภาพวัยดึกอารมณ์ดีคนนี้มักจะตั้งคำถาม และสร้างความย้อนแย้งระหว่าง ‘ความลามก’ และ ‘ความอีโรติก’ ในวัฒนธรรมตะวันออกอยู่เสมอ ล่าสุดนี้ Leica Gallery Bangkok จับมือกับ ปิยทัต เหมทัต ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของโฟโต้บางกอกเฟสติวัล 2019 พาผลงาน “Life by Film by Nobuyoshi Araki” มาจัดแสดงให้ชาวไทยได้สัมผัสกับมุมมองแปลกต่างของปรมาจารย์ท่านนี้ ที่เจ๋งคือเป็นงานที่เข้าชมได้ฟรี ณ Leica Gallery Bangkok

“โนบุโยชิ อารากิ คือใคร” และ “เพราะอะไรคุณถึงไม่ควรพลาดนิทรรศการของเขา”

ฮิซาโกะ โมะโตะโอะ คิวเรเตอร์หญิงผู้เปรียบเป็นดั่ง ‘มือขวา’ ของอารากิมาตลอดหลายทศวรรษ กระซิบบอกเหตุผล 5 ประการที่คนรักภาพถ่ายต้องคว้าโอกาสมาชมนิทรรศการนี้

นิทรรศการ ‘Life by Film’ โดย Nobuyoshi Araki คัดสรรพิเศษ เพื่อแสดงที่ Leica Gallery Bangkok งานนี้มีให้ชมตั้งแต่รูปขาวดำพิมพ์มือ 30 รูป พร้อมกับหนังสือ โปสเตอร์และเสื้อยืดให้จับจอง วันพุธที่ 28 สิงหา มีงานเสวนาโดยพันธรักษ์ Hisako Motoo และฉายหนังนิทรรศการที่ทำขึ้นมาพิเศษโดย OBK ที่ Lido Connect เวลา 15:30-18:00 ลงทะเบียนที่ bit.ly/lifebyfilmtalk LIFE BY FILM by Nobuyoshi ARAKIcurated specially for Leica Gallery Bangkok, consists of 30 silver prints + merchandises such as catalogue, posters and t-shirts. 28.08.19 – Curator’s Talk by Hisako Motoo and Exhibition Film screening by OBK at Lido Connect from 15:30-18:00 (RSVP at bit.ly/lifebyfilmtalk) #lifebyfilm #nobuyoshiaraki #araki #hisakomotoo #leicagallerybangkok #obk #photobangkok

Posted by Leica Gallery Bangkok on Saturday, 17 August 2019

1. จากนี้ไปคุณจะหาชมงานใหม่ของอารากิไม่ได้ง่ายๆ อีกแล้ว

เพราะด้วยอายุที่มากขึ้นของชายชราและปัญหาด้านสุขภาพ เขาจึงมิได้สร้างงานใหม่ออกมามากนัก อย่างไรก็ดีในนิทรรศการนี้คุณจะได้เห็นผลงานภาพถ่ายขาวดำชุดล่าสุดของเขาจำนวนถึง 30 ภาพ ที่ตั้งใจครีเอทขึ้นจากความสุขในช่วงท้ายของชีวิต โดยนำเสนอความคิดอ่านที่ลุ่มลึกผ่านกล้องฟิล์ม Leica M7

“อารากิคือผู้ให้กำเนิดหลายสิ่งอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน บวกกับการแต่งตัวที่แปลกประหลาด คำพูด การกระทำ รวมทั้งนิสัยที่ตลกขบขัน ยิ่งทำให้ผู้ชมตื่นเต้นไปกับความน่าค้นหาที่อารากิสร้างขึ้น”

– ฮิซาโกะ โมะโตะโอะ / ภัณฑารักษ์ –

2. ก่อนได้รับยกย่องเป็นศิลปินระดับโลก อารากิคือช่างภาพอีโรติกที่คนญี่ปุ่นมองว่าเป็นจอมลามก

ผลงานของอารากินั้นได้รับอิทธิพลจากความปั่นป่วนของสังคมเมืองที่เกิดขึ้นในกรุงโตเกียวหลังยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ ภาพถ่ายของเขาเต็มไปด้วยความมีชีวิตแบบแท้จริง ไร้กฏเกณฑ์ ถ่ายทอดอย่างซื่อๆ หากแต่มีพลังดึงดูดอย่างสูง เขาคือผู้ที่ปลุกกระแสการประเมินคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ของศิลปะภาพถ่ายในญี่ปุ่นขึ้นใหม่อีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่างานของอารากิมีอิทธิพลต่อช่างภาพรุ่นหลังที่เราเรียกกันว่า ‘Araki Children’ เป็นอย่างมาก

“หากชีวิตไม่น่าสนใจ ภาพถ่ายก็ไม่น่าสนใจ”

– โนบุโยชิ อารากิ –

3. ประเด็นต้องห้ามจุดประกายให้ผลงานเป็นที่นิยมได้เสมอ

ภาพของอารากิวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยม Orientalism ในญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมา เขาสื่อสารภาวะที่อารยธรรมตะวันออก ‘ตกอยู่ในกับดัก’ ของกรอบความคิดตะวันตก จนในที่สุดก็สร้างความชอบธรรมให้โลกตะวันตกมาครอบงำโลกตะวันออกได้จริงๆ อารากิประจันหน้ากับแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง ผลงานของเขาไม่ได้นำเสนอแค่ประเด็นเรื่องเพศ ความรุนแรง หรืออาชญากรรม แต่เป็นแก่นพื้นฐานทั่วไปในจิตใจของมนุษย์ ซึ่งรวมถึงเรื่อง ‘คิมบะคุ’ (ศิลปะการมัดเชือกตามเรือนร่างของญี่ปุ่น) ที่ทำให้งานของเขาโด่งดังไปทั่วโลกด้วย

4. “ยิ่งแก่ รูปยิ่งออกมาดี” คือสัจธรรมของช่างภาพที่ทุ่มเทในอาชีพ

อารากิกล่าวว่า “เมื่อรู้ตัวว่าเข้าใกล้ความตายมากเท่าไหร่ ผมก็เรียนรู้ที่จะพอเพียง และละเอียดอ่อนกับความสวยงามในชีวิต” ผลงานของเขาที่รวบรวมมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ ไม่ต่างกับกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เราเห็นถึงสัจธรรมในชีวิตสองเรื่อง หนึ่งคือ ‘การมีชีวิต’ ที่เล่าผ่านมุมมองของความสุข ความทะเยอทะยาน และความปรารถนาในจิตใจมนุษย์ สองคือ ‘ความตาย’ ที่นำเสนอผ่านความเจ็บปวด การสูญเสีย และบาดแผลในจิตใจ เป็นต้น

การถ่ายภาพคือการมีชีวิต เช่นเดียวกับการหายใจและการเต้นของชีพจร”

5. เรียนรู้การมองโลกตามจริง ผ่านการใช้ชีวิตบนความเป็นจริง

เวลาที่อารากิถ่ายภาพ สายตาของเขาจะอยู่ในระดับเดียวกับวัตถุที่ถ่ายเสมอ เช่นหากเขาถ่ายภาพแมว เขาก็จะย่อตัวคลุกลงไปกับพื้นเลย หรือเวลาที่เขาถ่ายภาพเด็กหรือคนชรา เขาก็จะลดกล้องให้อยู่ในระดับใบหน้าของคนเหล่านั้น ในช่วงที่อารากิป่วยหนักต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล เขายิ่งมองเห็นมุมมองเรื่องชีวิตและความตายชัดเจนขึ้น ทุกวันนี้เขามองชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม และมองว่าความตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว …ซึ่งการตื่นรู้นี้กลับทำให้ผลงานของเขามีชีวิตชีวายิ่งขึ้นกว่าสมัยหนุ่มเสียอีก

** นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki : มองโลกในแบบ “โนบุโยชิ อารากิ” จัดแสดงที่ Leica Gallery Bangkok ชั้น 2 เกษรวิลเลจ วันนี้ถึง 27 พฤศจิกายน 2562

ข้อมูลเพิ่มเติม: facebook.com/LeicaGalleryBangkok

More to explore

“น่านไม่ต้องเนิบ” 7 จุดเช็คอินเมืองน่านที่คุณจะตกหลุมรักได้ใน 2 วัน

ททท.ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมตามประสาคู่รักให้คุณสนุกกับเมืองน่านได้แบบสบายๆ ใน 2 วัน 1 คืน

สนทนาฮาเฮกับ Be > Our > Friend ว่าด้วยการทำธุรกิจออกแบบให้โตไปพร้อมกับแพชชั่น

สู่ขวบปีที่ 15 กับสตูดิโอออกแบบที่เรียกว่าทำงานมาหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง บทความนี้เราคัดเฉพาะเมนคอร์สด้านธุรกิจมาให้อ่าน แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ BOF ขอแนะนำให้ฟัง podcast ฉบับเต็มท้ายบทความนี้ เรามีของหวานแถมให้อีกคอร์ส !